พรีวิว OPPO R9s Black Edition ปรับรูปลักษณ์จากความงาม สู่ความดุดันแบบครบครัน

พรีวิว OPPO R9s Black Edition ปรับรูปลักษณ์จากความงาม สู่ความดุดันแบบครบครัน

ถ้าพูดถึงสมาร์ทโฟนจาก OPPO ภาพในใจของหลายๆ คนคงจะคิดถึงสมาร์ทโฟนที่มีสีสันในโทนสว่าง พาสเทล ซึ่งเป็นตัวแทนของความสดใส ความมีชีวิตชีวา ประกอบกับฟีเจอร์หลายๆ อย่างที่มากับสมาร์ทโฟน OPPO มักจะเป็นในลักษณะของการเสริมความสวยงาม เช่น ส่วนของอินเตอร์เฟส โหมดบิวตี้ในแอปกล้อง จึงอาจทำให้ผู้ใช้หลายๆ รายเสียดายที่ในช่วงหลัง OPPO ไม่ค่อยมีมือถือสีโทนเข้มมาให้เป็นตัวเลือกมากนัก และอาจตัดสินใจเลือกซื้อรุ่นอื่นแทน

ซึ่งในส่วนนี้ก็ดูเหมือนทาง OPPO จะได้รับฟังเสียงความต้องการจากลูกค้ามาพอสมควร และก็ประจวบเหมาะกับที่ OPPO R9s เป็นรุ่นได้รับที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง จนขึ้นแท่นเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่ขายดีที่สุดของตลาดโลกในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ (จากรายงานของ Strategy Analytics) OPPO จึงส่งผลิตภัณฑ์รุ่นพิเศษออกมา นั่นคือ OPPO R9s Black Edition ที่ชื่อก็บ่งบอกมาเรียบร้อยแล้วว่าเป็นรุ่นที่ตัวเครื่องมีสีดำ ซึ่งทางเว็บไซต์ SpecPhone เราก็จะมาพรีวิวให้ชมกันว่าเจ้า OPPO R9s Black Edition นี้จะมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-15

อันดับแรกที่สะดุดสายตาสุดก็คือ สีสันตัวเครื่องที่มาในโทนดำแบบมาดเข้ม แต่ยังแฝงด้วยความหรูหราทั้งจากการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด และการเลือกใช้โลหะที่ขึ้นรูปในแบบยูนิบอดี้เป็นวัสดุหลักของตัวเครื่อง ซึ่งนอกเหนือจะได้ในเรื่องของความสวยงามแล้ว ยังทำให้ตัวเครื่องมีความบางควบคู่กับน้ำหนักที่เบาอีกด้วย ผิวสัมผัสของฝาหลังก็เนียนมากๆ การจับถือก็รู้สึกกระชับมือด้วยการออกแบบให้ขอบเครื่องมีความโค้งมนรับกับมือได้เป็นอย่างดี

ส่วนปุ่มกดและพอร์ตต่างๆ ของ OPPO R9s Black Edition ก็มีดังนี้ครับ (ให้จอเป็นด้านหน้า)

  • ด้านบน: ช่องรับเสียงของไมค์ตัดเสียงรบกวน
  • ด้านซ้าย: ปุ่มเพิ่ม/ลดเสียง
  • ด้านขวา: ถาดใส่นาโนซิมการ์ดแบบไฮบริด (นาโนซิม และนาโนซิม/MicroSD)
  • ด้านล่าง: ช่องลำโพง, Micro USB, ไมค์สนทนา และช่องเสียบแจ็ค 3.5 mm

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-17

เมื่อหันมาด้านหน้า ก็จะพบว่าส่วนกรอบจอ ปุ่มโฮมที่ทำหน้าที่เป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือด้วยในตัวก็จะเป็นสีดำทั้งหมด (รุ่นปกติคือสีทอง และสีชมพูโรสโกลด์ ด้านหน้าจะเป็นสีขาว) หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ AMOLED ความละเอียดระดับ Full HD 1920 x 1080 มุมมองกว้าง สีสันสวยงาม ส่วนของภาพที่เป็นสีดำก็คือดำจริงๆ นอกจากนี้ยังใช้กระจกหน้าจอเป็น Corning® Gorilla® Glass 5 ที่มีคุณสมบัติในด้านของความแข็งแกร่งและความทนทานต่อการขีดข่วนในการใช้งานตามชีวิตประจำวันได้อย่างสบายๆ

สำหรับปุ่มสั่งงานอื่นๆ จะเป็นแบบ capacitive ขนาบอยู่สองข้างของปุ่มโฮมครับ เมื่อใช้งานจะมีไฟสว่างขึ้นมา โดยฝั่งซ้ายเป็นปุ่มเรียกดูรายการแอปที่ใช้งาน พร้อมมีปุ่มให้เคลียร์แรมได้ด้วย ส่วนฝั่งขวาจะเป็นปุ่มย้อนกลับ

จากภาพด้านบนจะเห็นว่ามีภาพของอุปกรณ์บางส่วนที่แถมมากับ OPPO R9s Black Edition ด้วยครับ โดยของที่ให้มาในกล่องก็จะมีดังนี้

  • หูฟังสมอลล์ทอล์ค
  • อะแดปเตอร์ชาร์จไวตามมาตรฐาน VOOC
  • สายชาร์จสำหรับชาร์จไวตามมาตรฐาน VOOC
  • เคสซิลิโคนใส
  • ฟิล์มกันรอย
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิม
  • เอกสารคู่มือและการรับประกัน

โดยรวมก็คือ สามารถซื้อมาจากร้าน แกะกล่อง ติดฟิล์ม ใส่เคส แล้วก็ใช้งานได้ทันที

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-2

ปุ่มโฮมของ OPPO R9s Black Edition จะเป็นแบบสัมผัส ซึ่งทำหน้าที่เป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือด้วยในตัว โดยสามารถแตะปลายนิ้วลงไปบนปุ่ม เพื่อปลดล็อกเครื่องได้ทันทีแม้จะยังปิดหน้าจออยู่ ช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้งานจริงได้ดีมาก ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากเทคโนโลยีระบบ Solid-State อันซ่อนอยู่ภายใน ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำให้กับการบันทึกและการอ่านข้อมูลลายนิ้วมือ แถมยังช่วยให้สามารถปลดล็อกได้แม้จะนิ้วเปียกน้ำก็ตาม จากที่ทดสอบด้วยการเพิ่มลายนิ้วมือเข้าไป 4 จากทั้งหมด 5 นิ้วที่ระบบอนุญาต ก็สามารถสแกนและปลดล็อกได้เร็วมากๆ ถึงขนาดที่ไม่จำเป็นต้องแช่นิ้วค้างไว้บนปุ่มโฮมเลยก็ยังสามารถสแกนได้

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-9

กล้องถ่ายภาพของ OPPO R9s Black Edition ถือว่าจัดเต็มทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังเลยครับ เรามาดูกันทีละฝั่งแล้วกัน

กล้องหน้า

OPPO R9s Black Edition มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 16 ล้านพิกเซล f/2.0 ทำให้ภาพเซลฟี่ออกมาคมชัดในทุกรายละเอียด แต่ก็ใช่ว่าถ่ายออกมาแล้วจะเห็นชัดทุกรูขุมขนจนเกินไป เนื่องจากตัวแอปกล้องมาพร้อมกับฟีเจอร์ Beautify 4.0 ซึ่งจะช่วยปรับ พร้อมเพิ่มตัวเลือกให้ภาพเซลฟี่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ มีความสามารถของซอฟต์แวร์ในการละลายหลังเบลอให้ภาพดูมีมิติมากขึ้น

กล้องหลัง

จัดเต็มด้วยกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่เลือกใช้เซ็นเซอร์รับภาพ Sony IMX398 คุณภาพสูงอันเกิดจากความร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง OPPO และ Sony เพื่อให้ภาพที่ออกมามีคุณภาพยอดเยี่ยม ที่น่าสนใจก็คือเทคโนโลยีการโฟกัสภาพที่เป็นแบบ Dual PDAF ซึ่งเหนือกว่าการโฟกัสด้วยเทคโนโลยี PDAF ตามปกติขึ้นไปอีก โดยทาง OPPO เคลมว่าสามารถจับโฟกัสได้เร็วขึ้นถึง 40% แม้จะเป็นการถ่ายภาพในที่มีแสงน้อย ซึ่งจากที่ผมลองถ่ายจริง และจากการที่เคยรีวิว OPPO R9s Plus ซึ่งใช้ฮาร์ดแวร์ตัวเดียวกันมาแล้ว บอกเลยว่าโฟกัสได้เร็วและแม่นยำจริงครับ

เมื่อเซ็นเซอร์รับภาพดีแล้ว ก็ต้องมาพร้อมกับเลนส์ที่คุณภาพดีด้วยเช่นกัน โดย OPPO R9s Black Edition เลือกใช้เลนส์กล้องหลังที่มีรูรับแสงกว้างถึง f/1.7 อันเป็นหนึ่งในมือถือที่มีรูรับแสงของเลนส์กว้างสุดในปัจจุบัน ทำให้สามารถเก็บแสงสว่างได้มากกว่า ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดีกว่ามือถือทั่วไป และที่สำคัญคือสามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ง่ายขึ้น เบลอมากขึ้นอีกด้วย

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-8

ถ้าสังเกตที่ด้านหลังเครื่องดีๆ จะพบว่าทั้งด้านบนและด้านล่างจะมีเส้นเสาอากาศซึ่งแตกต่างจากในสมาร์ทโฟนทั่วๆ ไป เนื่องจากจะเป็นเพียงเส้นเล็กๆ วางขนานกันฝั่งละ 3 เส้นเท่านั้น ซึ่ง OPPO เรียกเทคโนโลยีนี้ว่า Ultra-Fine ‘Six-String’ ที่จะช่วยให้การรับสัญญาณของทั้ง 4G และ WiFi ทำได้ดีขึ้น เพื่อให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และเสถียรตลอดการใช้งาน แม้ว่าตัวเครื่องส่วนใหญ่จะเป็นโลหะก็ตาม

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-4

นอกเหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เรียบหรู งดงามแล้ว OPPO R9s Black Edition ยังอัดฮาร์ดแวร์ภายในประสิทธิภาพสูงมาให้ใช้งานอย่างจุใจอีก ได้แก่ ชิปประมวลผลแบบ Octa-Core อย่าง Qualcomm Snapdragon 625 ประสิทธิภาพอยู่ในระดับที่พร้อมเป็นสมาร์ทโฟนข้างกายคุณได้อย่างไร้ปัญหา ควบคู่กับการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม แรมภายใน 4 GB เก็บข้อมูลได้จุใจกับรอม 64 GB แถมยังเพิ่มเมมด้วย MicroSD ได้อีก 256 GB ด้วยกัน ด้วยสเปคระดับนี้ก็มาพร้อมแบตเตอรี่ภายใน 3,010 mAh ที่รับรองว่าสามารถใช้ได้ตลอดวันอย่างแน่นอน

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-22

แต่ถ้าหากคุณเป็นคนที่ต้องใช้งานมือถือแทบจะตลอดเวลาจนกังวลว่าแบตเตอรี่จะเพียงพอกับการใช้งานหรือไม่ OPPO R9s Black Edition เองก็รองรับการชาร์จเร็วตามมาตรฐาน VOOC Flash Charge อันเป็นเทคโนโลยีที่ OPPO วิจัยและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระยะเวลาในการชาร์จด้วยอะแดปเตอร์ VOOC Flash Charge ที่แถมมาในกล่องเพียง 5 นาที ก็สามารถใช้คุยโทรศัพท์ติดต่อกันได้ถึง 2 ชั่วโมง ด้วยความสามารถในการชาร์จไฟเข้าได้สูงสุดถึง 5V 4A จึงมั่นใจได้เลยว่าตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบได้อย่างแน่นอน

Review-OPPO-R9s-BlackEditon-SpecPhone-3

OPPO R9s Black Edition ก็นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจะลงตัวกับความต้องการของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ด้วยความครบเครื่องทั้งในแง่ของรูปลักษณ์ที่มีการเพิ่มสีดำเข้ามาเป็นตัวเลือก กล้องหน้ากล้องหลังที่ให้ภาพถ่ายคมชัด โฟกัสเร็วในทุกสถานการณ์ จอแสดงผลขนาดใหญ่สีสันสดใสแบบ AMOLED ประสิทธิภาพที่ลงตัว ควบคู่กับการจัดการพลังงานอันยอดเยี่ยม เสริมด้วยเทคโนโลยีที่ใส่เข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น VOOC Flash Charge สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ด้วยความเร็วสูง และสายรับสัญญาณที่ผ่านการพัฒนาและทดสอบเป็นพิเศษ ทั้งนี้ก็เพื่อทำให้การใช้งาน OPPO R9s Black Edition เป็นไปได้อย่างราบรื่นและไหลลื่นที่สุด

[บทความนี้เป็นบทความ Advertorial]

0 Comments

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..