หลังจากที่มีข่าวลือและข่าวการรับรองมาตั้งแต่ต้นปี ล่าสุด Nothing ค่ายมือถืออินดี้ก็ได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า เตรียมจัดงานเปิดตัวมือถือซีรีส์ใหม่ Nothing Phone (4a) และรุ่นพี่ตัวแรง Nothing Phone (4a) Pro ในวันที่ 5 มีนาคม 2026 นี้ และดูเหมือนว่าจะมีการนำภาพวันเปิดตัวของ Apple มาดัดแปลง และน่าจะสื่อถึงรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวอย่าง iPhone 17e ที่จะมาก่อน 2 วัน นอกจากนี้ยังมีผลทดสอบ Geekbench ที่หลุดออกมา พร้อมเผยสเปค สี ราคา และวันวางจำหน่ายอย่างละเอียด
ส่วนรุ่นที่ขายอยู่ตอนนี้คือ Nothing Phone (3a) ราคาเริ่มต้น 10,499 บาท (Shopee/ Lazada) และตัวท็อปราคา 12,999 บาท (Shopee/ Lazada)

สเปค Nothing Phone (4a) และ (4a) Pro
สำหรับทั้ง Nothing Phone (4a) และ (4a) Pro แน่นอนว่าเอกลักษณ์ฝาหลังโปร่งใสและไฟ Glyph Interface ยังคงอยู่ แต่มีการปรับปรุงใหม่ให้ดีขึ้นคือตัว Glyph Matrix ในรุ่น Pro อาจมีการเพิ่มลูกเล่นไฟ LED ที่ซับซ้อนขึ้นสำหรับการแจ้งเตือน และมีสีให้เลือกสองสีหลักคือ สีดำ (Black) และขาว (White) ส่วนรุ่น Pro จะมีสีเงิน (Silver) เพิ่มเข้ามา และที่พิเศษคือรุ่นท็อปสุดที่มี RAM 12GB อาจมีสีพิเศษอย่าง ชมพู (Pink) และ น้ำเงิน (Blue) ให้เลือกด้วย
สำหรับหน้าจอของทั้งสองรุ่นนี้จะมีความต่างกันอยู่ที่ขนาด และอัตรารีเฟรชเรทได้แก่
- Nothing Phone (4a) Pro: มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาดใหญ่ 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K และรองรับ Refresh Rate สูงถึง 144Hz (อัปเกรดจาก 120Hz เดิม)
- Nothing Phone (4a): รุ่นมาตรฐานจะใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K เช่นกัน แต่จะมี Refresh Rate แบบ Adaptive อยู่ที่ 30Hz – 120Hz เท่านั้น

ส่วนในด้านประสิทธิภาพ ทั้งสองรุ่นจะข้ามไปใช้ชิปเจนเนอเรชั่นใหม่จาก Qualcomm โดยผลทดสอบ Geekbench ล่าสุดได้เผยออกมาว่า Nothing Phone (4a) จะใช้ชิป Snapdragon 7s Gen 4 ทำงานกับ RAM เริ่มต้น 8GB และสูงสุด 12GB ส่วนรุ่น (4a) Pro คาดว่าจะใช้ชิปที่มีประสิทธิภาพสูงกว่า และมีตัวเครื่องแบบ Unibody Aluminum ที่ช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าเดิม ทั้งคู่จะทำงานบน Android 16 ตั้งแต่แกะกล่อง ส่วนแบตยังไม่ได้เผยออกมา มีข้อมูลแค่ว่ารองรับชาร์จเร็ว 50W
เรื่องกล้องถือเป็นจุดขายหลักของรอบนี้ มีข้อมูลว่า Nothing Phone (4a) Pro จะใช้เซ็นเซอร์หลัก Sony ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS และรองรับการซูม (Digital Zoom) ได้ไกลสุดถึง 140 เท่า ส่วนรุ่นน้อง Phone (4a) จะมาพร้อมกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 50MP ที่รองรับการถ่ายอัลตร้าไวด์ 0.6x และซูมได้สูงสุด 70 เท่า ส่วนกล้องหน้าให้มาที่ 32MP ทั้งสองรุ่น

ราคาและการเปิดตัววางขาย
กำหนดการเปิดตัวยืนยันแล้วว่าจะมีขึ้นในวันที่ 5 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นจะวางจำหน่าย Nothing Phone (4a) ก่อนในวันที่ 12 มีนาคม 2026 ส่วนรุ่น Phone (4a) Pro จะตามมาในวันที่ 26 มีนาคม 2026
- ราคาคาดการณ์ (ในยุโรป):
- Phone (4a): เริ่มต้นประมาณ €409 (ราว 15,xxx บาท)
- Phone (4a) Pro: เริ่มต้นประมาณ €499 (ราว 18,xxx บาท)
- ทั้งนี้ราคาในเอเชียและไทยมักจะถูกกว่าราคายุโรปพอสมควร
ที่มา: gizmochina
