MediaTek Helio G35 และ Helio G25 ชิปเซ็ทรุ่นเล็ก เพื่อนักเล่นเกมที่มีงบจำกัด

MediaTek94

เป็นการเข้ามาจับตลาดที่ถูกทางอีกครั้งสำหรับ MediaTek ที่ในปัจจุบันนั้นจะเห็นได้ว่าชิปเซ็ทต่างๆ ที่ออกมานั้นเน้นเรื่องความสามารถในการเล่นเกมเป็นหลัก ล่าสุดนั้นทาง MediaTek ได้ทำการเปิดตัวชิปเซ็ทรุ่นเล็กสำหรับการเล่นเกมรุ่นใหม่ออกมาพร้อมกันกันถึง 2 รุ่นคือ Helio G35 และ Helio G25 ซึ่งสเปคนั้นเรียกได้ว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเหนือสิ่งอื่นใดเลยนั้นก็คือเรื่องของราคาที่เมื่อเทียบกับชิปเซ็ทคู่แข่งในระดับเดียวกันแล้วชิปเซ็ทจากทาง MediaTek นั้นจะมีราคาถูกกว่าเป็นอย่างมากทำให้ราคาของตัวเครื่องสมาร์ทโฟนนั้นถูกมากกว่าไปด้วย

MediaTek Helio G35 Helio G25 1

สำหรับ Helio G35 และ Helio G25 นั้นจะมาพร้อมกับส่วนของแกนหน่วยประมวลผลที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortek-A53 จำนวนทั้งหมด 8 แกน ซึ่งในรุ่น Helio G35 นั้นทุกแกนจะมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาสูงสุดอยู่ที่ 2.3 GHz ส่วนในรุ่น Helio G25 นั้นจะมีความเร็วนาฬิกาสูงสุดอยู่ที่ 2.0 GHz ชิปกราฟิกนั้นทาง MediaTek เลือกใช้ PowerVR GE8320 ซึ่งมีความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 680 MHz บนรุ่น Helio G35 และที่ 650 MHz บนรุ่น Helio G25 ชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนี้นั้นจะผลิตภายใต้กระบวนการผลิตที่ระดับ 12 nm FinFET(ซึ่งหากพูดถึงประสิทธิภาพโดยรวมแล้วคงไม่สามารถสู้กับชิปเซ็ทที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM Cortek-A7X ได้ทว่าในส่วนของความร้อนในการใช้งานและอัตราการใช้พลังงานนั้นจะน้อยกว่ามาก)

ด้านการสนับสนุนอื่นๆ นั้นชิปเซ็ท Helio G35 จะรองรับหน้าจอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ FHD+ ส่วนรุ่น Helio G25 นั้นจะรองรับหน้าจอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ HD+ เท่านั้น(ในส่วนนี้นั้นถ้าใช้กับเครื่องที่มีขนาดหน้าจอใหญ่เท่ากันจะเห็นความแตกต่างของการแสดงผลพอสมควร) นอกไปจากนั้นแล้วชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นจะรองรับการเชื่อมต่อ 802.11 b/g/n/ac Wi-Fi, Bluetooth 5.0 พร้อม FM Radio ในตัว ซึ่งชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนี้นั้นยังมาพร้อมกับโมเด็มแบบ 4G ในตัวพร้อมรองรับกับการใช้งานแบบ Dual SIM ด้วย

จุดที่น่าเสียดายมากที่สุดนั้นคงหนีไม่พ้นการที่ตัวชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนั้นจะรองรับแหล่งเก็บข้อมูลแบบ eMMC 5.1 เท่านั้นซึ่งแหล่งเก็บข้อมูลแบบนี้จะมีอัตราความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูล(ทั้งอ่านและเขียน) อยู่ที่ราวๆ 100 MB/s ซึ่งหากถามว่าพอเพียงต่อการใช้งานทั่วไปไหมก็คงต้องบอกว่าพอเพียงแล้วแต่หากนำไปเปรียบเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นที่มาพร้อมกับแหล่งเก็บข้อมูลแบบ UFS 2.1 แล้วนั้นจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน(อย่างเช่นการบันทึกไฟล์รูปภาพหลังจากถ่ายภาพรวมทั้งการโหลดแอปพลิเคชันต่างๆ จาก Play Store ที่จะเห็นความเร็วแตกต่างกันได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว)

สำหรับสมาร์ทโฟนที่มีการประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะใช้ชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนี้จะมีตัวอย่างเช่น Xiaomi Realme C11 ที่จะมาพร้อมกับชิปเซ็ท Helio G35 กับ Xiaomi Redmi 9A ที่จะมาพร้อมกับชิปเซ็ท Helio G25 ทั้งนี้ก็คงต้องคอยดูกันอีกทีหนึ่งเมื่อสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับชิปเซ็ททั้ง 2 รุ่นนี้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วประสิทธิภาพของตัวเครื่องจริงนั้นจะน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน