Xiaomi ได้ทำการเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่ในรุ่น Turbo Series อย่างเป็นทางการในประเทศจีนพร้อมกันทีเดียว 2 รุ่น ได้แก่ Redmi Turbo 5 และรุ่นท็อปอย่าง Redmi Turbo 5 Max ตามข่าวลือที่เผยออกมาก่อนหน้านี้ และเป็นรุ่นที่หลายคนรอคอย เพราะมีจุดเด่นเรื่องประสิทธิภาพที่เร็วแรง แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ หน้าจอคุณภาพสูง และสเปคอื่นๆ ที่ถือเป็นน้องๆ ถึงเรือธงในราคาที่จับต้องได้ โดยทั้งสองรุ่นนี้จะขายในตลาดโลก รวมถึงนำมาขายในไทยเป็นแบรนด์ POCO แต่ต้องรอดูว่าจะเปิดตัวพร้อมกันอีกทีวันไหน
โดยรุ่นที่วางขายอยู่ในไทยตอนนี้คือ POCO X7 Pro ในราคาเริ่มต้น 10,990 บาท (Shopee/ Lazada) และรุ่นท็อปราคา 12,590 บาท (Shopee/ Lazada) ที่เป็นรุ่นรีแบรนด์มาจากรุ่นก่อนหน้านี้
สเปคเปิดตัว Redmi Turbo 5/ Redmi Turbo 5 Max

เริ่มกันที่รุ่นเริ่มต้นอย่าง Redmi Turbo 5 ที่มาพร้อมดีไซน์สวยงามคล้ายๆ กับตัวก่อนหน้า ด้วยกรอบโลหะและฝาหลังเป็นกระจก ตัวเครื่องมีความทนทานสูง ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นที่ครอบคลุมตั้งแต่ IP66 ไปจนถึง IP69K หน้าจอเป็นแบบ OLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับ Refresh Rate 120Hz และมีความสว่างสูงสุดถึง 3500 nits พร้อมเทคโนโลยีถนอมสายตาครบ


ด้านประสิทธิภาพของ Redmi Turbo 5 รุ่นนี้ได้ใช้ชิป MediaTek Dimensity 8500-Ultra ขนาด 4 นาโนเมตร ทำงานร่วมกับ RAM แบบ LPDDR5X Ultra สูงสุด 16GB และหน่วยความจำ UFS 4.1 สูงสุด 512GB พร้อมระบบระบายความร้อนแบบ 3D ice-sealed circulating cold pump ที่ถอดแบบมาจากรุ่นเรือธง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 7560mAh รองรับชาร์จไว 100W และสามารถชาร์จไฟย้อนกลับ (Reverse Charging) ได้ที่ 27W ส่วนตัวกล้องหลังจุมีกล้องคู่คือ กล้องหลักมีความละเอียด 50MP ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX882 พร้อมกันสั่น OIS และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 8MP ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 20MP

ขยับมาที่รุ่นพี่ตัวท็อป Redmi Turbo 5 Max ที่ถือเป็นไฮไลท์ของการเปิดตัวเลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นรุ่นแรกของโลกที่ใช้ชิป MediaTek Dimensity 9500s ระดับ 3 นาโนเมตร รุ่นปรับปรุงจากชิปเรือธงหลัก เพื่อการเล่นเกมหนักๆ และสามารถรันเกม 3D แบบ Turn-based ได้อย่างไหลลื่น

ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่กว่าเดิมที่ 6.83 นิ้ว ความละเอียด 1.5K และรองรับ Refresh Rate 120Hz และความสว่างสูงสุด 3500 nits เช่นเดียวกับรุ่นปกติ ดีไซน์ด้านหลังใช้วัสดุไฟเบอร์กลาสระดับเรือธง พร้อมแถบไฟ Turbine Light Strip แบบวงแหวนคู่ที่เพิ่มความสวยให้กับตัวเครื่อง จะต่างกับตัวปกติคือรุ่น Turbo 5 จะเป็นเลนส์กล้องฝัง ส่วน Turbo 5 Max จะมีโมดูลกล้องที่นูนขึ้นมา

จุดเด่นอีกอย่างของรุ่น Max คือแบตเตอรี่แบบ Xiaomi Jinshajiang ที่มีความจุถึง 9000mAh ซึ่งทาง Xiaomi เคลมว่าสามารถใช้งานได้นานเทียบเท่ากับแบต 10000mAh และรองรับชาร์จไว 100W เช่นกัน นอกจากนี้ยังอัปเกรดระบบความปลอดภัย ด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Ultrasonic ใต้หน้าจอ

และยังมีฟีเจอร์พิเศษอย่างโหมดแย่งตั๋ว (Ticket-grabbing mode) ที่ช่วยเพิ่มความเร็ว และความเสถียรของอินเทอร์เน็ตในสถานการณ์ที่ต้องแย่งซื้อหรือต้องใช้เน็ตเร็วๆ เพื่อสมัครใช้สิทธิ์ต่างๆ ส่วนเรื่องกล้องรุ่นนี้ก็ได้กล้องหลังคู่เหมือนกัน โดยมีความละเอียดของกล้องหลัก 50MP ใช้เซ็นเซอร์ Light Fusion 600 ที่มีคุณภาพสูงกว่ารุ่นปกติ อีกตัวเป็น Ultra-wide ความละเอียด 8MP และกล้องหน้า 20MP เหมือนกัน
สรุปสเปค Redmi Turbo 5/ Redmi Turbo 5 Max
| Redmi Turbo 5 | Redmi Turbo 5 Max | |
| ขนาดและน้ำหนัก | 157.53 x 75.19 x 8.18 มม. | 204 กรัม | 162.99 x 77.93 x 8.15 มม. | 219 กรัม |
| หน้าจอ | OLED ขนาด 6.59 นิ้ว 1.5K (2756 x 1268 พิกเซล)/ 120Hz/ สว่าง 3500nits | OLED ขนาด 6.83 นิ้ว 1.5K (2772 x 1280 พิกเซล)/ 120Hz/ สว่าง 3500nits |
| ชิปประมวลผล | Dimensity 8500-Ultra | Dimensity 9500s |
| GPU | Mail-G720 MC8 | Mali-G925 MC12 |
| RAM | LPDDR5X Ultra: 12GB / 16GB | LPDDR5X: 12GB / 16GB |
| ROM | UFS 4.1: 256GB / 512GB | UFS 4.1: 256GB / 512GB |
| ระบบปฏิบัติการ | Xiaomi HyperOS 3 บน Android 16 | Xiaomi HyperOS 3 บน Android 16 |
| การเชื่อมต่อ | รองรับสองซิม/ 5G, WiFi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C | รองรับสองซิม/ 5G, WiFi 6, Bluetooth 5.4, NFC, USB-C |
| กล้องหน้า | 20MP/ OV20B | 20MP/ OV20B |
| กล้องหลัง | หลัก: 50MP/ IMX882/ OIS อัลตร้าไวด์: 8MP | หลัก: 50MP/ Light Fusion 600/ OIS อัลตร้าไวด์: 8MP |
| แบตเตอรี่ | 7560mAh/ 100W | 9000mAh/ 100W |
| กันน้ำกันฝุ่น | IP66/IP68/IP69/IP69K | IP66/IP68/IP69/IP69K |
ราคาและการวางจำหน่าย
สำหรับการวางจำหน่าย Redmi Turbo 5 และ Redmi Turbo 5 Max ตอนนี้ทั้งสองรุ่นเริ่มวางขายแล้วในประเทศจีน ส่วนรุ่นที่จะวางขายในตลาด Global หรือประเทศไทยอาจจะเปลี่ยนหรือรีแบรนด์มาเป็น POCO แทน และอาจปรับเปลี่ยนสเปค รวมถึงดีไซน์ตัวเครื่องใหม่นิดหน่อยด้วย ส่วนราคาที่วางขายมีดังนี้
- Redmi Turbo 5: มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีดำ Shadow Black, สีเขียว Light Sea Green และสีขาว Auspicious Cloud White
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 1999 หยวน หรือประมาณ 9,000 บาท
- RAM 16GB + 256GB: ราคา 2299 หยวน หรือประมาณ 10,400 บาท
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 2299 หยวน หรือประมาณ 10,400 บาท
- RAM 16GB + 512GB: ราคา 2599 หยวน หรือประมาณ 11,700 บาท
- Redmi Turbo 5 Max: มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำ Shadow Black, สีน้ำเงิน Ocean Blue, สีขาว Auspicious Cloud White และสีส้ม Sunshine Orange
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 2499 หยวน หรือประมาณ 11,300 บาท
- RAM 16GB + 256GB: ราคา 2799 หยวน หรือประมาณ 12,600 บาท
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 2799 หยวน หรือประมาณ 12,600 บาท
- RAM 16GB + 512GB: ราคา 3099 หยวน หรือประมาณ 14,000 บาท
ที่มา: fonearena 1, 2
