หลังจากที่ REDMAGIC 12 Pro+ เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายในประเทศจีนไปเมื่อเดือนก่อน ล่าสุด Redmagic ก็ได้เปิดตัว REDMAGIC 12 Pro รุ่น Global ตามออกมาแล้ว โดยสเปคหลักๆ ของรุ่นนี้ก็จะคล้ายกับรุ่นจีนเกือบทั้งหมด ทั้งหน้าจอ OLED รีเฟรชเรต 185Hz ชิป Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 และระบบระบายความร้อนด้วยลมและน้ำ ส่วนที่ต่างชัดๆ ก็คือการชาร์จไวที่ลดไปพอสมควร
สเปค REDMAGIC 12 Pro


สำหรับดีไซน์ตัวเครื่องของ REDMAGIC 12 Pro ก็จะเหมือนกับฝั่งจีน ที่บางเบาลงเพียง 8.55 มม./ 223 กรัมและมีมุมโค้งมนขึ้นจับถือเล่นเกมได้สะดวก พร้อมแสงสีและระบบน้ำวนที่เห็นได้ชัดๆ จากด้านนอก มีหน้าจอเป็น OLED จาก BOE ขนาด 6.85 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับรีเฟรชเรทสูงสุด 185Hz และอัตราตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 960Hz สว่างได้สูงสุด 2,000 nits รองรับทั้ง DC Dimming และ PWM Dimming ความถี่ 2,592Hz ช่วยลดการกะพริบของหน้าจอด้วย


ด้านประสิทธิภาพใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Extreme Gen 6 ขนาด 2 นาโนเมตร ทำงานร่วมกับ GPU Adreno 850 และชิปเสริม Red Core R5 สำหรับจัดการงานด้านเกมโดยเฉพาะ พร้อมตัวเลือก RAM แบบ LPDDR5T ขนาด 12GB และ 16GB และความจุตัวเครื่องแบบ UFS 4.1 ขนาด 256GB, 512GB และ 1TB ทำงานบน Android 17 ครอบทับด้วย REDMAGIC OS 12
นอกจากนี้ยังมีระบบระบายความร้อนด้วย Icy AquaCore 3.0 ด้วยของเหลวและพัดลม ที่หมุนได้สูงสุด 25,500 รอบต่อนาที พร้อมกับระบบของเหลวที่ระบายความร้อนแบบวงแหวนสองชั้น กับตัว Liquid Metal 4.0 และ Vapor Chamber เพื่อช่วยให้อุณหภูมิยังคงที่อยู่เสมอ และยังทำให้ยังมีประสิทธิภาพสม่ำเสมอแม้เล่นเกมหนักๆ


REDMAGIC 12 Pro รุ่นนี้มีแบตเตอรี่ความจุ 8,400mAh แต่รองรับชาร์จเร็วผ่านสาย 80W ซึ่งของฝั่งจีนจะได้ถึง 120W ส่วนการชาร์จไร้สายยังได้ 80W พร้อม Bypass Charging เหมือนกัน นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ Ultrasonic ใต้จอ ลำโพงคู่ 1115E รองรับ DTS Ultra ไมโครโฟน 3 ตัว และช่องหูฟัง 3.5 มม. กันน้ำได้ที่ IPX8 รองรับ 5G, Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC และพอร์ต USB-C
ตัวกล้องหลังมีกล้องหลักความละเอียด 50MP (f/1.88) เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.55 นิ้ว พร้อมกันสั่น OIS และกล้อง Ultra-wide ความละเอียด 50MP (f/2.2) ถ่ายกว้าง 120 องศา ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 16MP จาก OmniVision เป็นกล้องแบบซ่อนใต้หน้าจอ ทำให้จอด้านหน้าไม่มีรูกล้องมารบกวนการใช้งาน
ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับราคาในตลาด Global มีให้เลือก 2 สีคือ Nightfreeze และ Subzero มีราคารุ่น RAM 12GB + 256GB เริ่มต้นที่ 949 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 31,900 บาทในอเมริกา รุ่น RAM 16GB + 512GB ราคาเริ่มต้น 1,049 ดอลลาร์สหรัฐในอเมริกา หรือประมาณ 35,300 บาท ส่วนรุ่นท็อป RAM 16GB + 1TB มีราคา 1,199 ดอลลาร์สหรัฐในอเมริกา หรือประมาณ 40,300 บาท
โดยหน้าเว็บทางการได้เปิดสเปคออกมาแล้วตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 สามารถซื้อแบบ Early Bird ในวันที่ 12 พฤศจิกายน และได้สิทธิ์ซื้อก่อนในวันที่ 17 พฤศจิกายน ตลาดที่รองรับครอบคลุมยุโรป สหราชอาณาจักร เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง และบางประเทศในลาตินอเมริกา แต่ว่าประเทศไทยยังไม่อยู่ในรายชื่อที่วางขายจากรายชื่อทั้งหมดในตอนนี้
ที่มา: fonearena
