เปิดตัว OPPO Reno 16 และ Reno 16 Pro อย่างเป็นทางการแล้วในประเทศจีน ถึงแม้ว่าฝั่งไทยเราเพิ่งจะเปิดตัว Reno 15 Series ไปก็ตาม ซึ่งรุ่นใหม่นี้ก็มีการอัปเกรดสเปคใหม่ให้ดีขึ้นไปอีกขึ้น ทั้งดีไซน์ หน้าจอ ชิป และกล้องหลัง โดยยังคงมีความพรีเมียมและราคาที่เข้าถึงง่าย ตามรูปแบบของมือถือระดับกลางเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ไปดูกันว่าทั้งสองรุ่นนี้มีสเปคเป็นยังไงกันบ้างในราคาเริ่มต้นเพียงประมาณ 16,800 บาท ส่วนของไทยเราผ่านกสทช. แล้ว น่าจะเปิดตัวตามมาเร็วๆ นี้
ถ้าใครไม่อยากรอรุ่นใหม่ ตอนนี้ก็มีรุ่นล่าสุดในบ้านเราคือ OPPO reno 15 ราคาเริ่มต้น 16,999 บาท (Shopee/ Lazada) | OPPO Reno 15 Pro ราคา 20,999 บาท (Shopee/ Lazada)
สเปค OPPO Reno 16 และ OPPO Reno 16 Pro

สำหรับ OPPO Reno 16 Series รุ่นใหม่นี้จะใช้วัสดุฝาหลังแบบกระจก ประกบเข้ากับกรอบตัวเครื่องแบบโลหะทุกรุ่น โดยมีตัวเลือกสี Starry Night ของทั้งสองรุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีการผลิตฝาหลังแบบใหม่ สร้างเอฟเฟกต์ภาพลวงตาสามมิติแบบ optical effect ให้ดูมีมิติและสวยงามขึ้น สำหรับสีอื่นๆ นั้น รุ่นมาตรฐานจะมีสีม่วง Galaxy Purple และสีดำ Midnight Black ให้เลือก ส่วนรุ่น Pro จะมีสีฟ้า Dream Blue และสีดำ Midnight Black

หน้าจอของ OPPO Reno 16 จะเป็นแบบ OLED ขนาด 6.32 นิ้ว ความละเอียด 1.5K และมีรีเฟรชเรต 120Hz สว่างสูงสุดถึง 3,600 นิต ตัวเครื่องมีความบาง 8.2 ถึง 8.36 มิลลิเมตร และหนักเพียง 188 ถึง 191 กรัมเท่านั้น ในขณะที่รุ่นพี่อย่าง OPPO Reno 16 Pro ก็ได้จอ OLED ที่ใหญ่ขึ้นเป็น 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1.5K รองรับรีเฟรชเรทปรับได้ 1 ถึง 120Hz แม้ว่ารุ่น Pro จะมีขนาดจอที่ใหญ่กว่า แต่ก็บางแค่ 7.7 ถึง 7.86 มิลลิเมตร น้ำหนัก 205 ถึง 208 กรัม นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นป้องกันด้วย OPPO Crystal Shield Glass และกันน้ำกันฝุ่น IP66, IP68 ถึง IP69ำ


มาดูที่ด้านชิปประมวลผลกันบ้างที่ OPPO Reno 16 รุ่นมาตรฐานเลือกใช้ชิป Dimensity 8550 SUPER ทำงานร่วมกับ GPU Mali-G720 ส่วนรุ่น Pro จะก้าวไปอีกขั้นด้วยชิปเรือธงอย่าง Dimensity 9500s และตัว GPU Immortalis G925 ทั้งคู่มาพร้อม RAM แลล LPDDR5X ขนาด 12GB และ 16GB และความจุแบบ UFS 3.1 สูงสุดถึง 1TB
สำหรับตัวของแบตเตอรี่นั้น OPPO ได้ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบใหม่ที่เรียกว่า Glacier Battery โดยรุ่นมาตรฐานให้ความจุมาที่ 6,700mAh พร้อมชาร์จไวผ่านสาย 80W ส่วนรุ่น Pro ให้แบตเตอรี่มาจุใจถึง 7,000mAh รองรับทั้งการชาร์จไวผ่านสาย 80W และชาร์จไร้สายความเร็วสูง 50W


มาดูที่ตัวกล้องกันบ้างที่ทั้งสองรุ่นมีกล้องหลัง 3 ตัว คือกล้องหลัก 200MP และในรุ่น Pro จะเหนือกว่าตรงที่มีการใส่ระบบกันสั่นแบบ Micro-gimbal ที่ช่วยกันสั่นตอนถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ นอกนั้นเป็นกล้องอัลตราไวด์ความละเอียด 50MP และกล้องเลนส์ Telephoto Periscope ความละเอียด 50MP ที่ซูมแบบออปติคัลได้ 3.5 เท่า ส่วนกล้องหน้ามีถึง 50MP เช่นกัน
ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับเอนจิน Natural Tone ที่ช่วยทำให้สีสันของภาพพอร์ตเทรตให้ดูเป็นธรรมชาติ รองรับฟีเจอร์ถ่าย Live Photo ในทุกเลนส์ และยังมีฟีเจอร์ที่เข้าถึง AI ได้ง่ายๆ ด้วยปุ่มกดสั่งงาน AI แบบปุ่มกดจริงที่ด้านข้างตัวเครื่อง เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้งานผู้ช่วยอัจฉริยะบนระบบปฏิบัติการ ColorOS 16 ที่ครอบทับบน Android 16 อีกด้วย
ราคาและการวางจำหน่าย

ปิดท้ายกันที่ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศจีน ที่ตอนนี้สามารถหาซื้อได้แล้วที่ opposhop ส่วนบ้านเราให้รออีกหน่อย น่าจะมาเร็วๆ นี้ไม่ถึงสิ้นปีแน่นอน ส่วนราคาที่เปิดตัวออกมามีดังนี้
- OPPO Reno 16
- 12GB + 256GB: ราคา 3499 หยวน หรือประมาณ 16,800 บาท
- 16GB + 256GB: ราคา 3899 หยวน หรือประมาณ 18,700 บาท
- 12GB + 512GB: ราคา 3999 หยวน หรือประมาณ 19,200 บาท
- 16GB + 512GB: ราคา 4299 หยวน หรือประมาณ 20,600 บาท
- 16GB + 1TB: ราคา 4899 หยวน หรือประมาณ 23,500 บาท
- OPPO Reno 16 Pro
- 12GB + 256GB: ราคา 4499 หยวน หรือประมาณ 21,600 บาท
- 12GB + 512GB: ราคา 4899 หยวน หรือประมาณ 23,500 บาท
- 16GB + 512GB: ราคา 5299 หยวน หรือประมาณ 25,500 บาท
ที่มา: fonearena
