ช่วงนี้งาน CES 2026 กำลังเป็นที่พูดถึงกันหลายๆ ด้านและหลายๆ แบรนด์ต่างก็มีของดีมาโชว์กันเพียบ หนึ่งในนั้นก็คือ Infinix ที่ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Infinix Note 60 Series ที่ไม่ได้มีดีแค่กล้องหรือชิปเหมือนค่ายอื่นๆ แต่เน้นนวัตกรรมที่พร้อมข้ามขีดจำกัดของการสื่อสารด้วยระบบ Global Satellite Calling ที่สามารถใช้งานจริงในระดับการใช้งานทั่วไปได้เป็นครั้งแรก รวมถึงเทคโนโลยีการระบายความร้อนและดีไซน์ที่มาเหนือกว่ารุ่นอื่นๆ อีกด้วย
ส่วนซีรีส์ปัจจุบันที่วางขายอยู่ก็คือ Infinix NOTE 50S 5G ในราคา 8,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada และ Infinix NOTE 50 Pro+ 5G ราคา 14,999 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada
Infinix Note 60 Series จะเป็นมือถือรุ่นแรกที่โทรผ่านดาวเทียมได้ทั่วโลก

จุดที่สร้างความว้าวมากที่สุดของรุ่นนี้เลยก็คือ การปฏิวัติการสื่อสารที่สามารถโทรผ่านดาวเทียมได้ทุกที่ ไม่ใช่แค่เหตุฉุกเฉินไว้สำหรับส่งข้อความ SOS ในยามคับขันเท่านั้น แต่ Infinix Note 60 Series ก้าวไปอีกขั้นด้วยระบบที่ออกแบบมาให้เป็นการเชื่อมต่อที่พร้อมใช้งานเสมอ (Always-on connection) โดยครอบคลุมพื้นที่เกือบ 2 ใน 3 ของโลก
ทำให้เราสามารถสลับการใช้งานระหว่างเครือข่ายดาวเทียม และเครือข่ายโรมมิ่งได้โดยอัตโนมัติ หมดห่วงเรื่องจุดอับสัญญาณ (Dead Zones) โดยไม่ต้องลงทะเบียนให้ยุ่งยาก แม้ความเร็วในการส่งข้อมูลจะอยู่ที่ 4Kbps แต่เมื่อมีการปรับจูนมาเป็นพิเศษ เพียงพอสำหรับการโทรด้วยเสียงระดับ HD (High-definition Voice Calls) และการส่ง SMS แบบโต้ตอบได้ 2 ทาง ถือเป็นจุดขายที่ดีมากๆ สำหรับนักเดินทาง หรือคนที่ชอบเดินป่า
ระบบระบายความร้อนตัวเทพ ด้วยของเหลว HydroFlow

นอกจากเรื่องการโทรผ่านดาวเทียมทั่วโลกแล้ว ยังมีการระบายความร้อนใหม่สุดล้ำจาก Infinix ที่เปิดตัวระบบระบายความร้อนแบบ HydroFlow Liquid Cooling ด้วยการใช้ปั๊มเซรามิก piezoelectric คู่ ที่จะระบายความร้อนด้วยน้ำหล่อเย็นได้ถึง 6.5 มิลลิลิตรต่อนาที เร็วกว่าระบบทั่วไปถึง 2 เท่า
ทำงานร่วมกับพัดลมแบบสั่น (Piezoelectric Fan) ที่มีความบางเพียง 0.1 มม. และไม่มีใบพัดหมุนแบบเดิม แต่ใช้การสั่นด้วยความถี่สูงถึง 25,000 ครั้งต่อวินาที สร้างแรงดันลมเพื่อระบายความร้อนได้ดีกว่าพัดลมแบบหมุนถึง 10 เท่า ที่สำคัญคือทำงานได้เงียบสนิท เหมาะสำหรับการเล่นเกมต่อเนื่องยาวนานหรือประมวลผล AI ที่ต้องใช้พลังงานสูง
ดีไซน์และ AI ที่ล้ำไม่แพ้กัน

สำหรับดีไซน์ของ Infinix Note 60 Series มาพร้อมฝาหลังแบบ Active Visual Backplate ที่ใช้วัสดุหนัง Photochromic และหมึก Thermo-chromatic ที่สามารถเปลี่ยนสีหรือลวดลาย 3 มิติเคลื่อนไหวได้ตามแสงและอุณหภูมิ ทำให้มือถือดูมีอะไรมากกว่าสีและรูปแบบมากกว่าปกติ

ทางด้าน Gaming Gear ทางค่ายได้เปิดตัวจอยคอนโทรลเลอร์แบบแยกชิ้น ที่มาพร้อม Tuoch Pad รับแรงกดที่มีความหน่วงต่ำมาก รวมถึงปุ่ม Trigger แบบแม่เหล็กที่ใช้สวิตช์เกรดเดียวกับเมาส์เกมมิ่ง และตัว AI ที่จัดเต็มมาไม่แพ้กัน โดยตัว AI ModuVerse ที่เป็นชุดอุปกรณ์เสริมแบบแม่เหล็ก สามารถแปะหลังเครื่องได้ทันทีได้แก่
- Meeting Modu: สำหรับช่วยแปลภาษาแบบเรียลไทม์
- VlogCam Modu: กล้องเสริมพร้อม AI ช่วยติดตามวัตถุ
- Mic Modu: ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนระดับโปร
- StackPower Modu: แบตเตอรี่สำรองเสริมพลังงาน

ทั้งนี้ทาง Infinix ยังไม่ได้เปิดเผยราคา และวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ Infinix Note 60 Series และรุ่นท็อปอย่าง Infinix Note 60 Ultra ออกมาในตอนนี้ แต่การเปิดตัวการทำงานและฟีเจอร์ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการโชว์ของ และพร้อมที่จะแข่งกับหลายๆ แบรนด์ที่เป็นมือถือระดับกลาง และน่าจับตามองที่สุดในปีนี้เลย
ที่มา: androidheadlines
