gsmarena_001 (1) 2

เผย!! Blach Shark 3 Pro จะมาพร้อมปุ่มเสริมช่วยในการเล่นเกม

สมาร์ทโฟนเกมมิ่งแบบจัดเต็ม Black Shark นั้นกำลังจะออกรุ่นใหม่หรือก็คือ Black Shark 3 ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ ซึ่งข้อมูลของ Black Shark 3 นี้ก็ได้ถูกปล่อยออกมาอยู่เรื่อย ๆ และล่าสุดถึงคิวข่าวของ Black Shark 3 Pro บ้าง

Black Shark 3 Pro นั้นจะมีสิ่งพิเศษที่ไม่เคยติดตั้งลงใน Black Shark รุ่นก่อน ๆ เลย หรือก็คือเป็นครั้งแรกเลยที่ทำแบบนี้ นั่นก็คือการใส่่ปุ่มเสริมเข้ามานั่นเอง โดยเอาปุ่มเสริมนี้ไปไว้ที่บริเวณด้านข้างของเครื่อง(บริเวณนิ้วชี้เวลาตะแคงเครื่องเล่น)

สำหรับลูกเล่นนี้เคยมีมาก่อนแล้วแค่เป็นของยี่ห้ออื่น ซึ่งนั่นก็คือ Nubia Red Magic 3 / 3s ทว่าของ Red Magic นั้นจะเป็นปุ่มแบบสัมผัส แต่ของ Black Shark 3 Pro นี้จะเป็นปุ่ม Trigger แบบ Mechanical ที่สามารถกดได้มากกว่า 1,000,000 ครั้ง

จะขอย้ำในส่วนของสเปคของ Black Shark 3 / 3 Pro อีกครั้ง นั่นก็คือจะมารพ้อมหน้าจอ 120Hz ใช้ชิปเป็น Snapdragon 865 มี RAM ให้เลือกได้สูงสุด 16GB และจะมาพร้อมระบบชาร์จเร็ว 65W ซึ่งตัวแบตเตอรี่นั้นใน Black Shark 3 จะให้มา 4,720 mAh ส่วนในรุ่น Pro จะให้มาถึง 5,000 mAh นอกจากนี้ยังรองรับ Magnetic Charging อีกด้วย

ที่มา : gsmarena

gsmarena_002-9

หลุด!! realme 6 / 6 Pro โผล่บน Geekbench แล้วทั้งคู่ เผยทั้ง CPU และ ขนาด RAM

realme 6 / 6 Pro สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ realme ที่กำลังจะเปิดตัวในอินเดียวันที่ 5 มีนาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่จะมีหน้าจอ 90Hz และกล้อง 64MP นั้น ตอนนี้ก็ได้มีข้อมูลของ realme 6 และ realme 6 Pro ไปโผล่อยู่บนเว็บไซต์ Geekbench เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

realme 6 นั้นใช้รหัสว่า RMX2001 ซึ่งในเว็บระบุว่าใช้ชิปเป็น MediaTek Helio G90 มาพร้อม RAM ขนาด 8GB ซึ่งตัว realme 6 นั้นทำคะแนนแบบ Single-Core ได้ 508 คะแนน และทำคะแนนแบบ Multi-Core ได้ 1633 คะแนน

realme 6 Pro นั้นจะใช้รหัสว่า RMX2061 ซึ่งในเว็บระบุเอาไว้ว่าใช้ชิป Snapdragon 720G มาพร้อม RAM 8GB ซึ่งตัว realme 6 Pro นั้นทำคะแนนแบบ Single-Core ได้ 571 คะแนน และทำคะแนนแบบ Multi-Core ได้ 1676 คะแนน

สำหรับสเปคอื่น ๆ นั้น tralme 6 / 6 Pro นั้นจะมาพร้อมกล้อง 4 ตัวเป็น กล้องหลัก 64MP + กล้อง Ultrawide + กล้อง Telephoto 20x และกล้อง Macro(ใน realme 6 ใส่ depth มาแทน) สำหรับกล้องหน้าจะเป็นกล้องเซลฟี่คู่แบบ Punch-hole ซึ่งจะเป็นกล้อง Wide และ Ultrawide หน้าจอจะมีความละเอียดที่ FHD+ รันด้วย Android 10 ที่ครอบทับด้วย realme UI 1.0 นอกจากนี้ใน realme 6 Pro จะได้ระบบชาร์จ VOOC 30W ติดมาด้วย

สำหรับสเปคโดยละเอียดอาจจะต้องรอวันเปิดตัวในวันที่ 5 มีนาคม ซึ่งก็อีกไม่นานแล้ว หากเปิดตัวออกมาที่ไทยมนราคาเดิม realme 6 pro อาจจะกลายเป็นรุ่นยอดนิยมเลยก็ได้

ที่มา : gsmarena, 91mobiles

200222_VIVO_render[FA]

เปิดตัว Vivo APEX 2020 เทคโนโลยีใหม่จาก Vivo เผยภาพสุดล้ำเหนือจินตนาการ

Vivo เปิดตัวสมาร์ตโฟนแนวคิดต้นแบบ APEX รุ่นที่สาม หรือ APEX 2020 ที่มาพร้อมนวัตกรรมสุดโดดเด่น โดย APEX 2020 พัฒนาต่อยอดมาจากความสำเร็จของสมาร์ตโฟนรุ่นก่อน ๆ เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีที่ล้ำยิ่งขึ้นกว่าเดิมให้แก่ผู้ใช้งานในขณะที่ยังคงความสวยงามตามแบบฉบับของ Vivo ที่ไม่สามารถละสายตามองได้ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เรือธงนี้ถือเป็นการยกระดับการพัฒนาครั้งยิ่งใหญ่ในส่วนของเทคนิคการรับชมภาพ หรือ Visual Effectsซึ่งคำนึงจากข้อมูลผู้บริโภคเชิงลึกและความต้องการในแวดวงสมาร์ตโฟน โดยสมาร์ตโฟนรุ่น APEX 2020 นั้นถือเป็นการปฏิวัติวงการครั้งสำคัญเพราะเป็นการค้นพบดีไซน์สมาร์ตโฟนใหม่สุดพิเศษของ Vivo

APEX 2020 มาพร้อมหน้าจอแบบไร้ขอบที่ให้ภาพกว้างถึง 120° โดยไม่มีขอบด้านข้างและขอบบน ล่างมากวนใจอีกต่อไป ด้วยกล้องแบบ In-Display และการชาร์จไร้สายแบบ Wireless Super FlashCharge 60W APEX 2020 ตัวเครื่องจึงมาในรูปแบบที่ปราศจากรอยต่อและรูเสียบต่าง ๆ นอกจากนี้ Vivo ยังประสบความสำเร็จในการเพิ่มระบบกันสั่นเข้าไปในส่วนกล้องหลักของ APEX 2020 ทำให้ผู้ใช้สามารถซูมแบบออปติคัลได้อย่างไม่มีสะดุดถึง 5x-7.5x เท่า โดยฟีเจอร์นี้ถือเป็นความสำเร็จล่าสุดของ Vivo และเป็นแผนสำหรับอนาคตเพื่อใช้ในการนำเสนอ Visual Effects และเทคโนโลยีการถ่ายภาพอันล้ำยุค

ดีไซน์ใหม่ไร้รอยต่อและหน้าจอแสดงผลแบบไร้ขอบสุดล้ำพร้อมส่งมอบประสบการณ์การการรับชมภาพที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยฟีเจอร์ถ่ายภาพใหม่ล่าสุดเพื่อยกระดับอนาคตของสมาร์ตโฟน

แฮร์รี่ ฮอง ผู้จัดการด้านผลิตภัณฑ์อาวุโสของวีโว่ กล่าวว่า “APEX ไม่เคยหยุดอยู่แค่ ‘แนวความคิด’ หรือ ‘จินตนาการ’ เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะ APEX ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่อยู่เหนือประสบการณ์ที่เคยมีมาก่อนในแวดวงของเทคโนโลยีมือถือ เราในฐานะบริษัทเทคโนโลยีที่ไม่เคยหยุดพัฒนาผลิตภัณฑ์และมุ่งมั่นเปิดโลกเพื่อค้นหาสิ่งใหม่ ๆ ที่ให้ผู้ใช้งานได้มากกว่าความธรรมดาทั่วไปนั้น มีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นจิตนาการของ Vivo มีชีวิตผ่าน APEX 2020 นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงความพยายามของพวกเราในการที่จะทำตามเป้าหมายให้สำเร็จไปทีละขั้น Vivo จะมุ่งสรรค์สร้างเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับ APEX และจะทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้ในวงกว้างขึ้น” 

หน้าจอไร้ขอบเผยภาพกว้างสุดถึง 120°  เทคโนโลยีรูปโฉมใหม่ที่ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น

APEX 2020 ยังคงไม่หยุดพัฒนาและจะมุ่งทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินไปกับหน้าจอแบบเต็มจอและดีไซน์แบบไร้รอยต่ออย่างแท้จริง ผลิตภัณฑ์นี้มีหน้าจอโค้งมนขนาด 6.45 นิ้ว ซึ่งทั้งสองด้านสามารถปรับงอได้กว้างถึง 120° นอกจากนี้ Vivo ยังได้นำขอบด้านข้าง ด้านบน และด้านล่างออกไป เกิดเป็นหน้าจออัลตราแบบไร้ขอบรบกวนสายตา

นอกจากความสวยงามและการใช้งานที่ดีเยี่ยมแล้ว ปุ่มกดแบบเดิม ๆ ได้ถูกแทนที่ด้วยปุ่มเสมือนจริงสุดล้ำที่ตอบสนองต่อแรงกด ซึ่ง APEX 2020 ถือเป็นการบูรณาการเทคนิคการสร้างสรรค์ภาพ การสัมผัสแบบธรรมชาติ และการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับอุปกรณ์มือถือที่สมบูรณ์แบบ

กล้องแบบ In-Display มองเห็นได้มากกว่าในสิ่งที่ไม่เคยเห็น

กล้องแบบ In-Display ของ APEX 2020 เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่มาในรูปของกล้องหน้าแบบซ่อน หรือกล้องหน้า “ที่มองไม่เห็น” ชูความสมบูรณ์แบบของดีไซน์แบบไร้รอยต่ออย่างถึงที่สุดโดยไม่มีช่องเปิดมากวนใจ

APEX 2020 ประสบความสำเร็จในการเพิ่มอัตราการส่งผ่านของแสงบนหน้าจอในส่วนด้านบนของกล้องหน้าให้เร็วกว่าส่วนอื่น ๆ ถึง 6 เท่า* ด้วยนวัตกรรมรูปแบบการจัดเรียงพิกเซลบนหน้าจอและการออกแบบวงจร นอกจากนี้ยังลดการรบกวนการวัดค่าการดูดกลืนแสง การกระจาย และลดแสงวูบวาบได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านซีรีส์ของการเพิ่มประสิทธิภาพอัลกอริทึมเพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพถ่ายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งคุณภาพของงานท้ายสุดยังถือเป็นการพัฒนาผ่านซีรีส์นี้เช่นเดียวกัน กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซลมีชิปที่มีความไวต่อแสงความละเอียดสูงแบบ 4 อิน 1 เนรมิตให้นวัตกรรมการจับภาพแบบคมชัดด้วยกล้อง In-Display นั้นเป็นจริงขึ้นมาได้

การซูมออปติคัลแบบต่อเนื่อง 5x-7.5x เท่า ความละเอียดสูง + คุณภาพสูง เพื่อบันทึกโลกใหม่ที่สดใสกว่า

 การซูมที่มีกำลังขยายสูงสุดเกือบทั้งหมดในอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนนั้นต้องพึ่งการซูมแบบไฮบริด APEX 2020 มาพร้อมกับการซูมออปติคัลแบบต่อเนื่องและเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกับการซูมแบบไม่มีกระตุกที่มีกำลังขยายสูงสุด โดยสมาร์ตโฟนเครื่องนี้สามารถซูมได้สูงสุดถึง 5x-7.5x เท่า ทำให้สามารถสร้างรูปถ่ายที่มีความคมชัดและคุณภาพสูงมากกว่าที่เคยโดยมิใช่แค่เป็นการเติมเต็มระยะทางระหว่างเลนส์ผ่านการขยายแบบดิจิทัลเท่านั้น และด้วยเหตุนี้เอง ผู้ใช้จึงสามารถคงความสดใสและคมชัดของทุกช่วงเวลาด้วยการเพิ่มความชัดและโดดเด่นในทุกรายละเอียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

APEX 2020 มาพร้อมกับ “การผสมผสานของเลนส์ 4 กลุ่ม” โดยสองกลุ่มเป็นเลนส์ฟิก และอีกสองกลุ่มจะเป็นเลนส์ซูม ซึ่งทำให้คุณสามารถซูมได้อย่างต่อเนื่องและไม่มีสะดุดพร้อมกำลังขยายสูงและจับโฟกัสแบบเรียลไทม์ได้ในเวลาเดียวกัน ด้วยการรองรับโครงสร้างแบบกล้องปริทรรศน์ที่มีความหนาแค่เพียง 6.2 มม เลนส์ระดับมืออาชีพนี้จึงสามารถนำมาใช้กับรูปทรงสุดบางของ APEX ได้ นอกจากนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพของภาพถ่ายแล้ว Vivo ยังได้รวมอัลกอริทึมการถ่ายภาพแบบหลายช็อตเข้าไว้ด้วยกันเพื่อที่จะให้ผู้ใช้สามารถเก็บภาพวิวต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะใกล้หรือไกลก็ตาม 

กล้องหลักแบบกันสั่น โครงสร้างเชิงกลแบบไร้การสั่นสะเทือนและการถ่ายภาพในช่วงเวลากลางคืนที่ดีขึ้น

เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคของ 5G การสร้างคอนเทนต์วิดีโอผ่านสมาร์ตโฟนจึงกลายมาเป็นเรื่องที่สำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้ใช้งานในการบันทึกชีวิตประจำวันไม่ว่าที่ไหนก็ตาม หลังจากการพัฒนาทางเทคนิคแบบระยะยาวและการทดลองนับครั้งไม่ถ้วน Vivo ประสบความสำเร็จในการควบรวมระบบกันการสั่นสะเทือนเข้าในกล้องหลักของ APEX 2020 ผ่านระบบการป้องกันการสั่นไหวในทิศทางที่เอียงไปด้านหน้า-ด้านหลัง และด้านซ้าย-ด้านขวาด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น การทดสอบทางแลปแสดงให้เห็นว่า เมื่อเปรียบเทียบกับระบบ OIS แบบเดิม ๆ แล้ว มุมกันการสั่นไหวนั้นกว้างออกมากถึง 200%* และทำให้ผู้ใช้สามารถคงความคมชัดของภาพไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

ฟีเจอร์นี้จะทำให้มือที่สั่นขณะถ่ายภาพไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป นอกจากนี้ผู้ใช้ยังจะสามารถเพลิดเพลินไปกับการบันทึกวิดีโออย่างไม่มีสะดุดโดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์เสริม เนื่องจากโทรศัพท์เครื่องนี้เรียกได้ว่าพร้อมสำหรับทุกช่วงเวลา ให้คุณสามารถเก็บเวลาพิเศษได้อย่างเหนือชั้น ยิ่งไปกว่านั้น การถ่ายภาพด้วยมือที่นิ่งนั้นจะยังสามารถช่วยเพิ่มช่วงเวลาการรับแสงอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ APEX 2020 มีศักยภาพในการจับภาพได้อย่างคมชัดแม้ในช่วงเวลากลางคืน

การชาร์จไร้สายแบบ Wireless Super FlashCharge 60W ของ Vivo ที่ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้า

APEX 2020 มาพร้อมกับการชาร์จไร้สายแบบ Wireless Super FlashCharge 60W โฉมใหม่ ซึ่งผู้ใช้สามารถชาร์จแบตเตอรีขนาด 2000mAh ได้เต็มภายในเวลาเพียง 20 นาที* ถือได้ว่าเป็นสุดยอดประสบการณ์การชาร์จที่เร็วขึ้นมากกว่าการชาร์จผ่านสายแบบเดิม ๆ

นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว APEX 2020 ยังมาพร้อมกับนวัตกรรมที่หลากหลาย เช่น เทคโนโลยี Screen SoundCasting รุ่นที่สาม Instant Photobomb Removal และ Voice Tracking Auto-Focus APEX 2020 เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานแบบรอบด้านและส่งมอบความเซอร์ไพรส์แบบไร้ขอบเขตให้แก่อุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนและผู้ใช้งานทั่วโลก


*ข้อมูลผลการทดลองจากห้องแลปของ Vivo ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

sZhtMMRB9N4cugL6umiP5Y-1200-80

ลือ!! Samsung Galaxy Note 20 จะได้ฟีเจอร์หนึ่งที่เคยถูกตัดทิ้งไปกลับมา

Samsung Galaxy Note 20 ที่มีกำหนดจะเปิดตัวช่วงปลายปีนั้น จากที่ผ่าน ๆ มาทำให้คาดการณ์ได้ว่า Galaxy Note 20 นั้นจะมีแบตเตอรี่เหมือนกับใน Galaxy Note 10 และ Galaxy S20 ที่เป็นการติดกาวยึดตัวแบตเตอรี่กับตัวเครื่อง ซึ่งการจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ในแต่ละครั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ

Samsung ได้เปลี่ยนการออกแบบตัวเครื่องเป็น UniBody ครั้งแรกในปี 2015 สมัย Galaxy S6 และ Galaxy Note 5 ซึ่งพอมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่แต่ละครั้งก็ต้องไปให้ศูนย์บริการจัดการให้สถานเดียว เพราะหากทำเองอาจเกิดความเสียหายได้ ทว่าใน Galaxy Note 20 นี้เหมือนว่า Samsung จะเปลี่ยนการออกแบบให้กลับไปสามารถเปิดฝาหลังเปลี่ยนแบตเตอรี่เองได้แล้ว

จากที่เว็บไซต์ Het Financieele Dagblad บอกมาว่า คณะกรรมาธิการยุโรปเสนอแผนบังคับให้ผู้ผลิตต่าง ๆ เปลี่ยนการออกแบบสมาร์ทโฟน, แท๊ปเล็ต และหูฟังไร้สาย สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง เพื่อลดปริมาณขยะที่ต้องทิ้ง และใช้งานวัสดุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แน่นอนว่ากฏหมายฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตสมาร์ทโฟนทั่วโลก แต่ Samsung นั้นจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจาก Samsung ทุกเครื่องในปัจจุบันไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เอง ทำให้อาจต้องออกแบบใหม่หมดเลย

ที่มา : tomsguide

CrossyRoadCastle_KeyArt_CharactersTower_1024x512

Apple เปิดตัว “Crossy Road Castel” เกมใหม่ล่าสุดเฉพาะ Apple Arcade ที่เดียวเท่านั้น

ตอนนี้เกม Crossy Road Castel เปิดให้เล่นแบบ Exclusive เฉพาะบน Apple Arcade บริการสมัครสมาชิกเกมแบบเหมาจ่ายรายเดือนจากทาง Apple สนนราคาให้บริการในประเทศไทยอยู่ที่เดือนละ 99 บาท สามารถเล่นได้ทุกเกมที่มีใน Apple Arcade อารมณ์คล้าย ๆ Origin Access บน PC ครับ

หากใครเคยสนุกกับเกม Crossy Road และกำลังคิดถึงเกมนี้อยู่ วันนี้ Apple เปิดตัว “Crossy Road Castel” เกมใหม่ล่าสุดสำหรับ Apple Arcade ที่เดียวเท่านั้น

Crossy Road Castel เป็นเกมสุดสนุกที่เต็มไปด้วยความลับ การสะสมแต้ม การเผชิญหน้ากับบอส และความโกลาหลอลหม่าน

สนุกกับเพื่อนฝูงและครอบครัวโดยมาดูกันว่าใครจะปีนหอคอยได้สูงที่สุด โดยทุกครั้งที่เข้ามาเล่นคุณจะพบกับความท้าทายใหม่ๆ ที่ไม่เคยเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเล่นคนเดียวหรือเล่นหลายคนด้วยตัวควบคุมแบบสัมผัสหรือตัวควบคุมแบบคอนโซลก็สนุกได้เต็มที่ แม้แต่เด็ก 4 ขวบก็สามารถร่วมสนุกด้วยได้

Mini-Review-HUAWEI-Mate-30-Pro-SpecPhone-0014

ไม่ไหวแล้ว!! Google ขอใบอนุญาตทำงานกับ HUAWEI แล้ว

ปัญหาใหญ่ที่สุดของ HUAWEI ในตอนนี้ก็คือการที่ถูกรัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามไม่ให้ Google ทำการค้ากับทาง HUAWEI ซึ่งส่งผลให้สมาร์ทโฟนและแท๊ปเล็ตรุ่นใหม่ ๆ ของ HUAWEI ไม่สามารถติดตัง Google Mobile Services (GMS) ได้ ทำให้ HUAWEI ต้องพัฒนา HUAWEI Mobile Services (HMS) ขึ้นมาแทน

ในปัจจุบัน Google ได้ทำการยื่นขอใบอนุญาตทำการค้ากับ HUAWEI ต่อรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากผ่านการอนุมัติ สมาร์ทโฟนของ HUAWEI จะสามารถกลับมาติดตั้ง GMS ได้อีกครั้ง

เมื่อตอนที่เปิดตัว Mate 30 นั้น Richard Yu ได้มีการประกาศเอาไว้แล้วว่า ถ้าได้รับการอนุญาต จากสหรัฐฯ เมื่อไร HUAWEI จะทำการอัพเดตเอา GMS เข้าไปใน Mate 30 ทันที

ที่ผ่าน ๆ มา HUAWEI ได้มีการปล่อยวิธีลง GMS แบบเถื่อนให้กับผู้ใช้หลากหลายวิธี ซึ่งแต่ละวิธีก็ใช้ได้ไม่นาน แถม Google ยังออกมาประกาศเตือนด้วยว่าการติดตั้ง GMS เองนั้นไม่มีความปลอดภัยและอาจเป็นอันตรายได้

สำหรับตอนนี้คงได้แต่หวังว่า Google จะได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาลโดยเร็ว เพื่อที่ผู้ใช้ HUAWEI ทั่วโลกจะได้กลับมาใช้ GMS ได้อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา : androidauthority

nokiaxpress

เผยภาพตัวเครื่องฟีเจอร์โฟนจาก Nokia คาดรุ่น XpressMusic อาจกลับมาอีกครั้ง

หากใครที่ทันยุคยิ่งใหญ่ของฟีเจอร์โฟนจาก Nokia ก็คงจะต้องรู้จักหรือเคยใช้งานมือถือรุ่นเน้นการฟังเพลง ที่มักจะมีชื่อต่อท้ายว่า XpressMusic รวมถึงยังมีดีไซน์ที่เน้นโทนสีดำ-แดงอันเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย แต่พอหลังจาก Nokia ถดถอยในตลาดมือถือไป ชื่อ XpressMusic ก็หายไปตามกาลเวลา

ล่าสุดมีภาพและข้อมูลของว่าที่ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่จาก Nokia ปรากฏบนเว็บไซต์ TENAA ที่เปรียบได้กับ กสทช. ของประเทศจีน โดยมีการลงรหัสรุ่นไว้ว่า TA-1212 ซึ่งจุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือการเลือกใช้สีสันของตัวเครื่องที่กลับมาใช้โทนดำ-แดงอีกครั้ง คล้ายกับมือถือในตระกูล XpressMusic ในสมัยก่อน

ส่วนด้านของสเปค เท่าที่มีข้อมูลออกมาก็มีดังนี้

  • ชิปประมวลผลแบบ 1 core ความเร็ว 0.36 GHz
  • RAM 8MB
  • พื้นที่เก็บข้อมูลในเครื่อง 16MB มีช่อง MicroSD (รองรับได้สูงสุด 32GB)
  • หน้าจอขนาด 2.4″ ความละเอียด 320 x 240
  • แบตเตอรี่ 1200 mAh
  • ตัวเครื่องหนา 13.1 มม. น้ำหนัก 88 กรัม
  • กล้องความละเอียด 0.3MP พร้อมแฟลช LED
  • รองรับการเชื่อมต่อเฉพาะเครือข่าย 2G (GSM 900/1800 MHz)

ทั้งนี้ ยังไม่มีข้อมูลระบุว่าจะมีการเปิดตัวเมื่อไหร่ ราคาเท่าไรนะครับ คงต้องติดตามงานเปิดตัวจากทาง HMD Global กันอีกที

ที่มา: GSMArena, TENAA

capture-๒๐๒๐๐๒๒๘-๐๐๑๖๐๔

[Promotion] จำนวนจำกัด!! AirPods Pro ประกันศูนย์ Apple ลดราคาไป 1,500 บาท ใครช้าอดนะจ๊ะ

เอามาลดราคากันอีกแล้วจ้ากับ Apple AirPods Pro ที่ถึงจะไม่ได้มาบ่อยขนาด AirPods 2 แต่ก็มีมาเป็นระยะ และตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วนั่นเอง ซึ่งคราวนี้ได้ส่วนลดไปถึง 1,500 บาทเลย แถมยังมีประกันศูนย์เต็ม ๆ อีกด้วย แต่ทว่าหากเพื่อน ๆ มาไม่ทันของหมดก่อนก็ไม้ต้องเสียดายนะคัรบ เพราะเดี๋ยวก็มาอีก ถึงแม้จะไม่รู้ว่า จะถูกนำมาลดราคาอีกเมื่อไร และจะลดเท่าไรด้วย ดังนั้นใครที่มีงบพอก็คสรจิ้มไปเลยดีกว่านะ

ลิ้งไปยังหน้าร้านสำหรับซื้อ : CLICK

ฟีเจอร์เด่น ๆ ของ AirPods Pro

  • Active Noise Cancellation : ANC
  • โหมดฟังเสียงภายนอก
  • EQ แบบปรับได้เอง
  • ระบบช่องระบายอากาศเพื่อการรักษาแรงดันให้เท่ากัน
  • ไดรเวอร์ High-Excursion แบบเฉพาะของ Apple
  • ตัวขยายสัญญาณช่วงไดนามิกสูงแบบเฉพาะ
  • ระบบเซนเซอร์ประกอบด้วย ไมโครโฟนคู่แบบบีมฟอร์มมิ่ง
  • ไมโครโฟนที่หันเข้าด้านใน
  • เซ็นเซอร์คู่แบบออปติคอล
  • อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหว
  • อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวจากการพูด
  • เซ็นเซอร์แรงกด สำหรับการสั่งการต่าง ๆ
  • ใช้งานร่วมกับเคสชาร์จ สูงสุด 24 ชั่วโมง
  • ระบบชาร์จเร็ว 5 นาที ใช้งานการฟังเพลงและสนทนาได้ประมาณ 1 ชั่วโมง
  • เคสชาร์จรองรับการชาร์จผ่านพอร์ต Lightning และรองรับการชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi
  • มาตรฐาน IPX4

สำหรับในตอนนี้แล้วในบรรดาหูฟัง True Wireless แล้ว AirPods นั้นถือว่ามีดีในทุกด้าน ไม่ว่าจะใส่สบาย, โทนเสียงดี, ไมโครโฟนรับเสียงเยี่ยม ทำให้เป็นตัวหนึ่งที่น่าซื้อมากครับ

oppo-smartwatch-picture-leaks-out-1

หลุดภาพ OPPO Watch เพิ่มเติมก่อนเปิดตัวเร็ว ๆ นี้

อีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คาดว่าจะได้เห็นพร้อมกับงานเปิดตัวมือถือรุ่นใหม่จากทาง OPPO ก็คือนาฬิกาข้อมือแบบ smartwatch ที่ในขณะนี้ใช้ชื่อเรียกกันเล่น ๆ ว่า OPPO watch โดยก่อนหน้านี้ก็เริ่มมีภาพหลุดออกมาแบบไม่ค่อยชัดเจนนัก

ล่าสุดมีภาพของ OPPO watch หลุดมาให้ได้ชมกันอีกแล้วครับ รอบนี้มาให้เห็นตัวเรือนแบบค่อนข้างชัดเลยทีเดียว ทำให้สามารถระบุได้ว่าหน้าจอจะเป็นแบบกระจกขอบโค้ง 3D ส่วนในด้านของระบบปฏิบัติการนั้น ต้นทางระบุว่าเป็น Android แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะเป็นลักษณะใดครับ

ที่มา: Slashleaks, Weibo

gsmarena_001-74

CEO Xiaomi เผย Black Shark 3 จะมีรุ่น Pro ด้วย พร้อมจุดชาร์จแบบแม่เหล็ก

ช่วงนี้นับเป็นช่วงที่ทาง Black Shark ก็เริ่มปล่อยข้อมูลของ Black Shark 3 ที่จะได้รับการเปิดตัวในวันที่ 3 มีนาคมนี้กันแบบรัว ๆ หลังจากปล่อยข้อมูลระบบชาร์จเร็วระดับ 65W ไปเมื่อวันก่อน มาวันนี้ก็มีข้อมูลออกมาเพิ่มเติมอีกแล้ว โดยมาจากคุณ Lei Jun ซีอีโอของ Xiaomi ที่เป็นบริษัทแม่เองเลย

Lei Jun เปิดเผยว่า Black Shark 3 จะมีรุ่น Pro ออกมาควบคู่กับรุ่นธรรมดาด้วย ซึ่งข้อแตกต่างหลัก ๆ เลยก็คือความจุแบตเตอรี่ครับ โดยในรุ่นธรรมดาจะอยู่ที่ 4720 mAh ในขณะที่รุ่น Pro จะให้มา 5000 mAh ส่วนการออกแบบแบตเตอรี่ภายในเครื่องของทั้งสองรุ่น จะใช้การแบ่งเป็น 2 ก้อน แล้ววางเมนบอร์ดขวางอยู่ตรงกลาง

นอกเหนือจากนั้นยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมถึงระบบชาร์จเร็วอีกด้วยว่า ถ้าคิดจากรุ่นปกติที่แบต 4720 mAh หากใช้เวลาในการชาร์จเพียง 15 นาที จะสามารถชาร์จแบตขึ้นมาได้สูงสุดถึง 2780 mAh (คิดเป็น 59%)

อีกหนึ่งคุณสมบัติที่น่าสนใจคือ ตัวเครื่อง Black Shark 3 จะมาพร้อมกับพอร์ตชาร์จแบบขั้วแม่เหล็กมาให้ที่ฝาหลังด้วย ช่วยเพิ่มความสะดวกในการชาร์จไฟขณะเล่นเกมได้ (ยังมี USB-C แบบปกติมาให้เช่นเดิม)

ที่มา: GSMArena