ถ้าพูดถึงมือถือรุ่นคุ้มค่าในช่วงกลางปีแบบนี้ ถ้าไม่รวมรุ่นเรือธงเปิดตัวใหม่ แต่ว่าอยากได้รุ่นสเปคกลางที่ตอบโจทย์การใช้งานครบๆ เกือบเทียบเท่าเรือธงของแบรนด์ใหญ่ๆ ก็คงหนีไม่พ้น Samsung Galaxy S25 FE กับ iPhone 17e ที่เรียกได้ว่าเป็นรุ่นกลางระดับพรีเมียม ที่ราคาเริ่มต้นสูสีกันมากๆ ฝั่ง Samsung ก็จัดเต็มเรื่องสเปคหน้าจอและฟีเจอร์ AI เทพๆ ส่วน Apple ก็มีความแรงของชิปตัวใหม่และดีไซน์ที่กะทัดรัดพกพาง่าย ยังใช้ได้ไม่แพ้รุ่นอื่น วันนี้เราเลยจะมาเปรียบเทียบสเปคของ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e ที่ต่างคนต่างมีดีคนละแบบ แต่รุ่นไหนที่จะคุ้มค่ากับเงินในกระเป๋าเรามากที่สุดไปดูกันเลย
สรุปเปรียบเทียบ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e ซื้อรุ่นไหนดีให้เหมาะกับตัวเอง?
ตารางเปรียบเทียบสเปค Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e
| Galaxy S25 FE | iPhone 17e | |
| ขนาด/ น้ำหนัก | 161.3 x 76.6 x 7.4 มม./ 190 กรัม | 146.7 x 71.5 x 7.8 มม./ 170 กรัม |
| สี | Navy, Jatblack, White, Icyblue | ดำ, ขาว, ชมพูอ่อน |
| หน้าจอ/ ความกว้าง | Dynamic AMOLED 2X ขนาด 6.7 นิ้ว (2340 x 1080 FHD+) | Super Retina XDR, OLED ขนาด 6.1 นิ้ว (2532 x 1170) |
| Refresh Rate/ ความสว่าง | 120Hz/ 1900 nits | 60Hz/ 1200 nits |
| ชิปประมวลผล | Exynos 2400 | Apple A19 |
| RAM | 8GB | 8GB |
| ROM | 128GB/ 256GB | 256GB/ 512GB |
| AI | Galaxy AI | Apple Intelligence |
| การเชื่อมต่อ | 5G, Wi-Fi 6E, USB C/ Dual SIM | 5G, Wi-Fi 6E, USB C/ SIM คู่ (Nano-SIM และ eSIM) |
| กล้องหน้า | 12MP | 12MP |
| กล้องหลัง | หลัก: 50MP อัลตร้าไวด์: 12MP เทเลโฟโต้: 8MP | หลัก: 48MP |
| แบตเตอรี่ | 4900mAh/ 45W | 4,005 mAh/ 20W ขึ้นไป รองรับ MagSafe |
| กันน้ำกันฝุ่น | IP68 | IP68 |
| ราคาล่าสุด | 128GB: ราคา 20,900 บาท (Shopee/ Lazada) 256GB: ราคา 24,900 บาท (Shopee/ Lazada) | 256GB: ราคา 22,900 บาท (Lazada) 512GB: ราคา 30,900 บาท (Shopee) |
เริ่มกันที่ดีไซน์ของ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e กันก่อนเลยที่ฝั่ง Samsung Galaxy S25 FE มาพร้อมขนาดที่ใหญ่เต็มมือ และแน่นอนว่ามีน้ำหนักที่เยอะกว่าหน่อย ดีไซน์กล้องหลัง 3 ตัวเรียงกันแบบมินิมอล ส่วนฝั่ง iPhone 17e จะเน้นความกะทัดรัด ดังนั้นตัวเครื่องและน้ำหนักจึงน้อยกว่านั่นเอง ส่วนดีไซน์กล้องหลังจะมีเพียงตัวเดียว ซึ่งทั้งคู่ทนน้ำทนฝุ่นระดับ IP68 เท่ากันเลย

สำหรับหน้าจอของ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e ใครที่ชอบจอใหญ่ต้องยกให้ Galaxy S25 FE เพราะจัดจอขนาด 6.7 นิ้วมาให้ ดูหนังเล่นเกมได้กว้างเต็มตา แถมยังได้รีเฟรชเรทลื่นไหล 120Hz และทำความสว่างได้ดีกว่าด้วย ที่สำคัญคือมีรูกล้องหน้าแบบเจาะรูแล้ว ส่วน iPhone 17e จะมากับจอขนาด 6.1 นิ้วกะทัดรัดและยังมีกล้องหน้าแบบรอยบากอยู่ แม้หน้าจอจะเล็กกว่าแต่เรื่องความคมชัด และสีสันสวยงามสมจริงตามสไตล์ Apple ก็ทำได้ดี ใครเน้นใช้งานมือเดียวสะดวกๆ จอ 6.1 นิ้วก็ถือว่าตอบโจทย์

เรื่องความแรงบอกเลยว่า Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e สูสีมาก Galaxy S25 FE ใช้ชิป Exynos 2400 ที่อัปเกรดมาให้ทำงานลื่นไหลและประหยัดพลังงาน รองรับการประมวลผล Galaxy AI ได้แบบจัดเต็ม ส่วน iPhone 17e รุ่นใหม่นี้ก็ส่งชิป A19 ตัวใหม่ล่าสุดมาให้เลย ประมวลผลได้รวดเร็ว พร้อม Neural Engine 16-core ที่เกิดมาเพื่อรองรับการทำงานของ Apple Intelligence โดยเฉพาะ แต่ในด้านการใช้งานจริงๆ ที่หลายคนยอมรับก็คงต้องเป็น Galaxy AI นี่แหละ
มาดูที่แบตเตอรี่ที่ Galaxy S25 FE ให้แบตเตอรี่มาถึง 4,900 mAh ใช้งานข้ามวันได้สบายๆ เล่นวิดีโอต่อเนื่องได้สูงสุด 28 ชั่วโมง และรองรับชาร์จเร็ว 45W ที่ทำได้ดีกว่า ส่วน iPhone 17e จะยังมีความจุและการชาร์จไวที่สู้ไม่ได้ แต่ก็มีระบบจัดการพลังงานที่ดี ดูวิดีโอได้นานสูงสุด 26 ชั่วโมง รองรับชาร์จเร็ว 50% ใน 30 นาที และยังรองรับการชาร์จไร้สายทั้ง MagSafe และ Qi2 สูงสุด 15W อีกด้วย

สายถ่ายรูปก็ต้องดูในส่วนนี้เป็นหลัก เพราะว่า Galaxy S25 FE ให้กล้องหลังมาครบทุกระยะถึง 3 ตัว ทั้งกล้องหลัก 50MP, เลนส์ Ultra Wide 12MP และ Telephoto 8MP ซูม Optical ได้ 3 เท่า ถ่ายพอร์ตเทรตสวยกริบ ส่วนกล้องหน้าก็อัปเกรดเป็น 12MP เซลฟี่ชัด คือถ้าสายถ่ายรูปรุ่นนี้ยังไงก็มีลูกเล่นและการถ่ายภาพได้ดีกว่า

ทางด้าน iPhone 17e มาพร้อมระบบกล้อง Fusion 48MP ตัวเก่งที่สามารถซูม 2 เท่าแบบคุณภาพออปติคัลได้ในตัว แม้จะไม่มีเลนส์ซูมแยกมาให้ แต่ซอฟต์แวร์ประมวลผลภาพอย่าง Photonic Engine ก็ช่วยให้ภาพสวยคมชัดทุกสภาพแสง ส่วนกล้องหน้า TrueDepth 12MP ก็ทำงานร่วมกับ Face ID ได้ดีเหมือนเดิม ถ้าใครไม่เน้นกล้องก็พอไหวอยู่
สรุปจุดเด่นของ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e แต่ละรุ่นต้องบอกว่า Samsung Galaxy S25 FE นั้นมีจุดเด่นหลักๆ คือความยืดหยุ่น หน้าจอใหญ่เล่นลื่น 120Hz กล้องครบทุกระยะ และความสามารถของ Galaxy AI ที่พร้อมใช้มากๆ ทั้งสรุปงาน แปลภาษา ลบวัตถุในรูป หรือวงเพื่อค้นหา (Circle to Search) และแบตที่เยอะกว่า ในขณะที่ iPhone 17e มีจุดแข็งคือความเสถียรของระบบ iOS ใช้งานง่าย ดีไซน์เบาพกพาสะดวก ชิป A19 ที่แรงเหลือเฟือ และฟีเจอร์ Apple Intelligence พร้อมให้อัปเกรดระบบได้อีกหลายปี


สรุปเปรียบเทียบ Samsung Galaxy S25 FE vs iPhone 17e ซื้อรุ่นไหนดีให้เหมาะกับตัวเอง?

มาถึงตรงนี้ถ้ายังลังเลอยู่ว่ารุ่นไหนจะเข้ากับไลฟ์สไตล์มากกว่ากัน แนะนำว่าลองดูความต้องการของตัวเองเป็นหลักตามนี้เลย เลือกจัด Samsung Galaxy S25 FE ถ้าชอบหน้าจอใหญ่ ไถจอเล่นเกมดูหนังได้เต็มตากว่า แถมเล่นลื่นๆ 120Hz ชอบกล้องที่มีให้เลือกครบทุกระยะ โดยเฉพาะเลนส์ Telephoto ที่ออปติคัล 3 เท่าติดมาให้ ทำให้ถ่ายรูปคนหรือดึงภาพระยะไกลได้สนุกขึ้นเยอะ รวมถึงอยากใช้งาน Galaxy AI แบบจัดเต็ม และอยากได้แบตอึดๆ มากกว่า
หรือถ้าใครจะเลือกซื้อ iPhone 17e ก็จะเหมาะกับคนที่ชอบมือถือไซส์กะทัดรัด หน้าจอไม่ใหญ่มาก น้ำหนักเบาพกพาสบายๆ หรือถือใช้งานมือเดียวและแชทนานๆ ไม่เมื่อยมาก ไม่เน้นตั้งค่ากล้องอะไรเยอะแยะ ชอบความง่ายแบบยกขึ้นมาถ่ายแล้วจบ ได้รูปสวย สีสันสมจริง รวมถึงคนที่มี iPad, Mac หรือใช้ AirPods อยู่แล้ว การใช้ iPhone จะทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นมาก เพราะทุกอย่างเชื่อมต่อกันได้แบบไร้รอยต่อ และต้องการใช้ในระยะยาว เพราะให้อัปเดท iOS ได้ไกลหลายปี
ทั้งสองรุ่นนี้เป็นมือถือระดับพรีเมียมที่ทำราคาเริ่มต้นออกมาได้พอๆ กันเลย แต่ก็อย่าลืมดูความจุด้วย เพราะของ S25 FE จะมีความจุเริ่มต้นที่น้อยกว่า ถือว่าคุ้มค่าทั้งคู่ ถ้าเน้นความคุ้มค่าด้านสเปค จอใหญ่ กล้องครบ ก็ไปที่ Galaxy S25 FE ได้เลย แต่ถ้าเน้นความกะทัดรัด ใช้งานง่าย ระบบเสถียร และพกพาสะดวก iPhone 17e คือคำตอบที่ใช่ที่สุด ลองดูว่าตัวเองเทใจไปทางไหนมากกว่ากัน แล้วไปจัดเครื่องใหม่กันได้เลย
