
กรุงเทพฯ 6 พฤศจิกายน 2569 – หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เปิดนิยามใหม่ของประสบการณ์เสียงกับ HUAWEI FreeBuds Neo หูฟังซีรีส์ใหม่ล่าสุด ที่เข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของชาว Gen Z และคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยแนวคิด “Noise Off. Energy On.” ของหูฟังระดับเรือธงรุ่นไลต์ ที่ผสานดีไซน์แฟชั่นหรูมินิมอล เข้ากับเทคโนโลยีเสียงระดับสูง ทั้งระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะด้วย AI และเทคโนโลยีที่ให้มิติเสียงสมจริงเสมือนฟังสด พร้อมการเชื่อมต่อที่กว้างไกลและสลับข้ามระบบปฏิบัติการได้แบบไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ทุกจังหวะชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งของคนรุ่นใหม่ ทั้งการทำงาน แฟชั่น และความบันเทิง

ตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมด้วย AI อัจฉริยะ
HUAWEI FreeBuds Neo พัฒนาขึ้นเพื่อมอบความเป็นส่วนตัวในทุกที่ โดยนำเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนแบบช่องสัญญาณคู่มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งทำงานร่วมกับชิปเสียงเจเนอเรชันที่ 3 ที่ตรวจจับเสียงรบกวนได้เร็วถึง 400,000 ครั้งต่อวินาที มอบการตัดเสียงได้สูงสุดถึง 55 dB และเฉลี่ยในทุกย่านความถี่ถึง 30 dB[1] จึงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมี AI Adaptive Active Noise Cancellation (ANC) ที่ปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมจริงแบบเรียลไทม์อย่างนุ่มนวล ช่วยลดปัญหาความดันที่ทำให้รู้สึกอื้อแน่นในหู จึงรู้สึกสบายตลอดการสวมใส่ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมาพร้อมฟีเจอร์ AI Conversation Awareness ที่จะลดเสียงเพลงลงอัตโนมัติเมื่อเริ่มพูดคุย จึงสื่อสารกับคนรอบข้างหรือสั่งเครื่องดื่มในคาเฟ่ได้โดยไม่ต้องถอดหูฟัง สำหรับการโทรสนทนา หูฟังจะผสานการทำงานร่วมกันระหว่างไมโครโฟน 3 ตัว เซนเซอร์ตรวจจับการสั่นสะเทือน VPU และระบบ AI DNN ช่วยแยกเสียงพูดออกจากเสียงบรรยากาศได้อย่างคมชัดทั้งสองฝั่ง แม้อยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังถึง 95 dB หรือขณะวิ่งออกกำลังกายปะทะลมแรง[2] ก็ไม่เป็นปัญหา

พลังเสียงสมจริงเสมือนฟังสด คมชัดระดับ Hi-Res
HUAWEI FreeBuds Neo มอบประสบการณ์เสียงที่เต็มอิ่มมีมิติเสมือนฟังสด ด้วยไดรเวอร์ All-new Turbo Driver Unit ที่ตอบสนองย่านความถี่กว้างพิเศษตั้งแต่เสียงเบสทุ้มลึก 10 Hz ไปจนถึงเสียงแหลมโปร่งสบาย 48 kHz ให้เสียงเบสที่แน่นกระชับ และถ่ายทอดเสียงร้องได้อย่างมีเสน่ห์ ตัวหูฟังรองรับมาตรฐานเสียงระดับ Hi-Res Audio Wireless และ HWA ส่งสัญญาณเสียงไร้สายแบบ Lossless สูงสุดถึง 2.3 Mbps[3] เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์หัวเว่ย และรองรับตัวแปลงสัญญาณ LDAC สูงสุด 990 kbps ช่วยให้รายละเอียดเสียงของเพลงโปรดคมชัด อีกทั้งยังรองรับความบันเทิงด้วยเทคโนโลยี Unlimited Spatial Audio[4] ที่สร้างมิติเสียงโอบล้อมรอบทิศทางแบบ 3 มิติเพิ่มความสมจริงทั้งการดูซีรีส์และฟังเพลงได้ในทุกระบบปฏิบัติการ พร้อมโหมดเสียงเกมระบุทิศทางสำหรับสายเกมเมอร์ ช่วยขับเน้นเสียงและทิศทางเสียงในเกมให้แม่นยำยิ่งขึ้น

เชื่อมต่อครอบคลุมไกล สลับ 2 อุปกรณ์ข้าม OS ไม่มีสะดุด
ตอบโจทย์ความคล่องตัวของคนทำงานยุคใหม่ที่ใช้อุปกรณ์หลากหลาย ด้วยระบบ Cross-OS Dual-Device Connection รองรับการเชื่อมต่อพร้อมกัน 2 อุปกรณ์และสลับการใช้งานระหว่าง iOS, Android และ Windows ได้อย่างราบรื่น ไม่ว่าจะสลับจากการดูวิดีโอบนแท็บเล็ตมารับสายด่วนบนสมาร์ตโฟนก็ทำได้ทันที อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีเสาอากาศขั้นสูงที่ช่วยขยายระยะการเชื่อมต่อได้ไกลสูงสุดถึง 170 เมตร พร้อมส่งสัญญาณทะลุกำแพงครอบคลุมพื้นที่บ้านได้กว้างถึง 100 ตารางเมตร[5] หมดปัญหาสัญญาณหลุดเมื่อวางสมาร์ตโฟนทิ้งไว้อีกห้องหนึ่ง และมาพร้อมฟังก์ชัน Head Control อัจฉริยะ[6] ที่ผู้ใช้สามารถพยักหน้าหรือส่ายศีรษะเบาๆ เพื่อรับสายหรือปฏิเสธสายเรียกเข้าได้แบบแฮนด์ฟรี รวมทั้งเชื่อมต่อเพื่อสั่งการผ่านสมาร์ตวอทช์ของหัวเว่ยได้อย่างสะดวก
HUAWEI FreeBuds Neo มาพร้อม 4 เฉดสีที่สะท้อนตัวตน ได้แก่ Stellar Silver, Nebula Pink, Ice White และ Starry Black เตรียมเปิดให้เป็นเจ้าของก่
ติดตามข่าวสารและโปรโมชันอื่นๆ ได้ทางเว็บไซต์และเฟซบุ๊ก Huawei Mobile TH รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery
###
[1] ข้อมูลประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนลึกสูงสุด 55 dB และค่าเฉลี่ย 30 dB มาจากการทดสอบในห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนจริงอาจแตกต่างกันไปตามขนาดและสรีระช่องหูของผู้สวมใส่ ขนาดของจุกหูฟัง ท่าทางการสวมใส่ และสภาพแวดล้อมรอบข้าง
[2] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนการสนทนาจริงอาจแตกต่างกันไปตามขนาดเสียงรอบข้าง สภาพแวดล้อม และมุมทิศทางของลม
[3] ต้องใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยรุ่นที่รองรับ และไฟล์เพลงต้องอยู่ในฟอร์แมตความละเอียดสูงระดับ Lossless ที่รองรับเท่านั้น
[4] ประสบการณ์เสียงรอบทิศทางอาจแตกต่างกันไปตามประเภทคอนเทนต์ อุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ และแอปพลิเคชันที่ใช้งาน
[5] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของหัวเว่ย ระยะเชื่อมต่อ 170 เมตรทดสอบในพื้นที่โล่งแจ้งไม่มีสิ่งกีดขวาง และความครอบคลุมพื้นที่ 100 ตร.ม. ทดสอบในสภาพแวดล้อมจำลองภายในอาคาร ประสิทธิภาพจริงอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างผนัง วัสดุก่อสร้าง และคลื่นสัญญาณรบกวนในพื้นที่
[6] จำเป็นต้องเปิดใช้งานและตั้งค่าผ่านแอปพลิเคชัน HUAWEI Audio Connect ก่อนใช้งาน