Xiaomi เตรียมเปิดตัวแท็บเล็ตราคาประหยัดรุ่นใหม่ล่าสุดคือ Redmi Pad 3 4G หลังจากที่มีรหัสรุ่น 26104RPF2G ผ่านการรับรองจากหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น กสทช. ของไทยเราเอง และ NCC ของไต้หวัน โดยรุ่นนี้จะเข้ามาสานต่อจาก Redmi Pad 2 4G ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 ปีที่ผ่านมา และจะมีการอัปเกรดสเปคมาให้หลายอย่าง ที่เห็นได้หลักๆ ตอนนี้ก็คือแบตเตอรี่และ RAM
โดยรุ่นในซีรีส์นี้ที่มีวางขายอยู่ในไทยก็คือ Redmi Pad 2 4G ราคาเริ่มต้น 7,499 บาทที่ Shopee/ Lazada และ Redmi Pad 2 9.7 4G ราคาเริ่มต้น 5,999 บาทที่ Shopee/ Lazada

Redmi Pad 3 4G ผ่าน กสทช. ในไทย และที่อื่นๆ แล้ว คาดเปิดตัวเร็วๆ นี้
จากข้อมูลการรับรองบน NCC เผยให้เห็นตัวเลือก RAM และความจุ 3 แบบ ได้แก่ RAM 4GB + ROM 128GB, RAM 6GB + ROM 128GB และ RAM 8GB + ROM 256GB ที่ยังรองรับการเพิ่มความจุผ่าน microSD ได้สูงสุด 2TB มีให้เลือกทั้งรุ่นความจุเบาๆ และความจุเยอะให้เลือกหลายแบบ ส่วนที่จะเข้ามาขายในไทยก็ต้องรอดูกันอีกทีว่ามาครบทั้ง 3 รุ่นเลยหรือไม่



จุดที่น่าสนใจที่สุดคือแบตเตอรี่รหัส BN90 ที่มีความจุ 9,820mAh ตามฐานข้อมูล TÜV Rheinland ถ้าคิดเป็นความจุทั่วไปตอนวางขายจริงก็น่าจะได้ 10,000mAh เพิ่มขึ้นจากแบตเตอรี่ 9,000mAh ของ Redmi Pad 2 4G ทั้งนี้ตัวชาร์จที่มีมาในกล่องเป็นรุ่น MDY-18-EJ จะชาร์จไวได้เพียง 15W ส่วนที่มีข้อมูลอะแดปเตอร์ MDY-16-EH ที่รองรับชาร์จไว 33W จะแยกขายต่างหาก
ด้านการเชื่อมต่อ Redmi Pad 3 4G รุ่นนี้รองรับเครือข่าย 4G พร้อม VoLTE, Bluetooth และ Wi-Fi แบบ Dual-band ทั้ง 2.4GHz และ 5GHz แต่ไม่มี Wi-Fi 6E สามารถกันน้ำและฝุ่นได้ที่ IP52 ในระดับพื้นฐาน
ถ้าเทียบกับ Redmi Pad 2 4G รุ่นก่อนจะใช้จอ LCD ขนาด 11 นิ้ว ความละเอียด 2.5K รีเฟรชเรต 90Hz ชิป MediaTek Helio G100-Ultra กล้องหลัง 8MP กล้องหน้า 5MP และลำโพง 4 ตัวรองรับ Dolby Atmos แต่ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า Redmi Pad 3 4G จะอัปเกรดหน้าจอ ชิปประมวลผล หรือระบบเสียงเป็นตัวไหนยังไงบ้าง

นอกจากจะพบ Redmi Pad 3 4G รุ่นนี้แล้ว ยังมีข้อมูลแท็บเล็ต Redmi Pad 3 อีกรหัสนึงคือ 2610FRP38G ที่ผ่านการรับรองจาก TDRA ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่อาจเป็นรุ่นที่รองรับ 5G แยกจากเวอร์ชั่น 4G ด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะมีสเปคที่ต่างจากนี้แค่ไหน และจะเปิดตัวตอนไหนด้วย แต่รุ่นปกติที่เป็น 4G คาดว่าจะเปิดตัวกันเร็วๆ นี้นี่แหละ
ที่มา: gizmochina
