เปิดตัวพร้อมราคาเร้าๆ สำหรับ POCO F9 Pro และ POCO F9 Ultra สองรุ่นเรือธงระดับท็อปที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับ POCO X8 รุ่นเล็กมาอีกหนึ่งตัว โดยสองรุ่นใหม่นี้ก็มีการอัปเกรดสเปคมาดีงามพอตัวเลย ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ AMOLED ที่มีอัตราการรีเฟรชเรทสูงจัด ระบบเสียงที่พัฒนาร่วมกับ BOSE แบตจุเยอะ และชิปตัวแรงระดับเรือธงในราคาเริ่มต้นสามหมื่นมีทอน ไปดูกันว่าสองรุ่นนี้ต่างกันตรงไหน และมีสเปคเป็นยังไงบ้าง
สเปค POCO F9 Pro และ POCO F9 Ultra
หน้าจอ 185Hz HyperRGB AMOLED ดีไซน์สวย


ตัวดีไซน์ภายนอกของทั้งสองรุ่นดูเผินๆ อาจจะคล้ายกัน แต่จริงๆ ก็มีจุดต่างอยู่ตรงลำโพงด้านหลังที่ของรุ่น POCO F9 Ultra จะมีรูลำโพงให้เห็นเด่นๆ เลย และยังเพิ่มความโดดเด่นด้วยไฟแจ้งเตือนแบบไดนามิกที่ฝาหลัง สามารถตั้งค่าการทำงานได้ด้วย ส่วน POCO F9 Pro จะเป็นโลโก้ Bose เฉยๆ โดยในรุ่นสีเขียว จะมาพร้อมฝาหลังแบบเรืองแสง และจะเปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงหรือรังสีอัลตราไวโอเลต และยังเขียนด้วยเลเซอร์พอยน์เตอร์ได้ด้วยนะ

หน้าจอของ POCO F9 Series ทั้งคู่ใช้แบบ AMOLED ด้วยวัสดุ M11 รองรับอัตรา Refresh Rate สูงสุด 185Hz โดย POCO F9 Ultra จะมีหน้าจอขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2510 x 1156 พิกเซล) ส่วน POCO F9 Pro จะมีหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด 1.5K (2608 x 1200 พิกเซล) รองรับความสว่างสูงสุดที่ 4,500 nits และเฉพาะรุ่น Ultra สามารถดันความสว่างสูงสุดถึง 10,000 nits

ทั้งนี้หน้าจอของทั้งคู่จะเป็นแบบ HyperRGB ที่ต่างจากโครงสร้างจอ OLED ทั่วไป ด้วยการเรียงเม็ดพิกเซลเต็มรูปแบบ ช่วยให้รายละเอียดภาพมีความคมชัดสูง ลดอาการขอบเบลอ และประหยัดพลังงาน หน้าจอยังรองรับการถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland Quadruple Eye Care ร่วมกับ Xiaomi Vision Care พร้อมครอบทับด้วยกระจก Corning Gorilla Glass 7i กันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68
ชิปเรือธงระบายความร้อนดีเยี่ยม แบตเยอะในตัวเครื่องที่บางเบา

ด้านประสิทธิภาพของ POCO F9 Ultra ขับเคลื่อนด้วยขิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 บนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร พร้อมกับชิปภาพแยก VisionBoost D8 โดยในรุ่น F9 Ultra สามารถทำคะแนนการทดสอบ AnTuTu Benchmark ได้สูงถึง 4,165,108 คะแนน พร้อม RAM แบบ LPDDR5X Ultra สูงสุด 16GB และความจุแบบ UFS 4.1 สูงสุด 1TB ส่วนรุ่น F9 Pro จะใช้ชิปอีกตัวคือ Snapdragon 8 Elite Gen 5 V Series ที่เป็นรุ่นแยกใหม่ พร้อมกับ RAM สูงสุด 12GB และความจุสูงสุด 512GB

ตัวชิปหน้าจอแยกนี้ จะทำให้เครื่องสามารถรันเกมด้วยอัตราเฟรมเรตสูงสุดถึง 185FPS ที่รองรับมากกว่า 20 เกม พร้อมฟีเจอร์การแทรกเฟรมขั้นสูงอีก 5 เกม นอกจากนี้ยังมี WildBoost Engine ที่จัดการด้วย AI และ Game Color Enhancement ตอบสนองด้วย Touch Sampling Rate สูงถึง 4,800Hz, Multi-touch Sampling Rate 480Hz และ Gyroscope Sampling Rate 200Hz กับการระบายความร้อน 3D IceLoop ให้เสถียรตลอดการเล่นเกม ตอบโจทย์สายเกมเต็มที่
ครั้งนี้ทั้งคู่ได้ใช้แบตแบบ Silicon-Carbon ที่มีความจุสูงแต่ตัวเครื่องยังคงบางสุดแค่ 8.74 มิลลิเมตร โดยรุ่นท็อปสุดอย่าง POCO F9 Ultra มีแบตความจุ 8,050 mAh ส่วนรุ่นรอง POCO F9 Pro จะมีแบตความจุ 6,330 mAh รองรับชาร์จไว HyperCharge 100W ชาร์จไร้สาย 50W และรองรับ Reverse Charging แบบมีสายสูงสุด 27W และแบบไร้สาย 22.5W ครบเครื่อง

นอกจากนี้ POCO F9 Series ยังใช้ลำโพงที่ทำร่วมกับ Bose โดยในรุ่น Ultra มาพร้อมระบบเสียง 2.1 แชนเนล คือลำโพงสเตอริโอคู่ 1115D และซับวูฟเฟอร์แยก 1620 เพื่อเพิ่มเสียงเบสแน่นๆ ส่วนรุ่น Pro ใช้ลำโพงคู่ Super-linear 1115F แบบสมมาตร ทั้งสองรุ่นมีเสียง Dynamic และ Balanced รวมถึงโหมด Game Audio Mode ความหน่วงต่ำเพื่อความแม่นยำ
ทั้งสองรุ่นทำงานบนระบบ Android 16 ครอบทับด้วย HyperOS 3 สแกนลายนิ้วมือใต้จอแบบ 3D Ultrasonic ใช้ได้แม้ตอนที่นิ้วเปียก รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0 และ 5G แบบ Dual SIM ทั้ง Nano-SIM และ eSIM
กล้องหลัก 200MP ซูมได้ด้วย Telephoto Periscope
ต้องบอกว่าเป็นครั้งแรกของ POCO เลยก็ได้ที่มีกล้องหลังตัวหลักความละเอียด 200MP (f/1.68) ใช้เซ็นเซอร์ S5KHP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว พร้อมกันสั่นแบบ OIS และ EIS พร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 32MP รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K และโหมดสลับโฟกัสอัตโนมัติใน Live Cinematic


ส่วนกล้องตัวที่เหลือของทั้งสองรุ่นจะมีความต่างกัน เพราะว่า POCO F9 Ultra จะมีกล้อง Ultra-wide 50MP ถ่ายกว้าง 102 องศา และกล้อง Telephoto Periscope ความละเอียด 50MP ซูมออปติคัล 5 เท่า, Lossless Zoom 10 เท่า และซูมดิจิทัลด้วย AI สูงสุด 20 เท่า รองรับ Tele Macro ที่ 30 เซนติเมตร
ส่วน POCO F9 Pro จะมีกล้อง Ultra-wide 8MP ถ่ายกว้าง 112 องศา ร่วมกับกล้อง Floating Telephoto ความละเอียด 50MP ซูมออปติคัล 2.5 เท่า พร้อมรองรับโหมด Telemacro ได้ถึง 10 เซนติเมตร
ราคาและการวางจำหน่าย


สำหรับ POCO F9 Pro และ POCO F9 Ultra ทั้งสองรุ่นนี้เปิดตัวพร้อมวางขายแล้วในไทย โดยมีราคาเริ่มต้นของทั้งคู่ไม่เกิน 30,000 บาทในช่วงโปรชั่นช่วงแรกในการวางขาย โดยทั้งสองรุ่นมีรายละเอียดราคาช่วง Early Bird 1 ก.ย. 2569 – 15 ก.ย. 2569 และโปรโมชั่นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2569 – 15 ก.ย. 2569 ดังนี้
- POCO F9 Ultra: มี 3 สีให้เลือกคือ สีดำ และสีแดง Dark Cherry สั่งซื้อออนไลน์ที่ Shopee
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 29,990 บาท
- RAM 16GB + 512GB: ราคา 32,990 บาท
- RAM 16GB + 1TB: ราคา 37,990 บาท
- โปรโมชั่น
- รับฟรี REDMI Headphones Neo มูลค่า 2,990 บาท
- ลูกค้าเก่า ได้คูปองส่วนลดสูงสุด 20%
- ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
- เก่าแลกใหม่รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท
- ประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี
- เปลี่ยนหรือซ่อมหน้าจอฟรี 1 ครั้ง
- Google AI Pro/ Youtube Premium ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน
- เพิ่ม 2,499 บาท รับฟรี POCO Pad C1 (เฉพาะความจุ 16GB + 1TB ใน Mi.com)
- POCO F9 Pro: มีให้เลือก 3 สีคือสีดำ, สีขาว และสีเขียว Aurora Green สั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ Lazada
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 25,990 บาท
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 27,990 บาท
- โปรโมชั่น
- รับฟรี REDMI Buds 8 มูลค่า 1,790 บาท
- ลูกค้าเก่า ได้คูปองส่วนลดสูงสุด 18%
- ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน
- เก่าแลกใหม่รับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาท
- ประกันตัวเครื่องนาน 2 ปี
- เปลี่ยนหรือซ่อมหน้าจอฟรี 1 ครั้ง
- Google AI Pro/ Youtube Premium ทดลองใช้ฟรี 3 เดือน
ข้อมูลทั้งหมดจาก mi
