เปิดตัวออกมาเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Redmi อย่าง REDMI K100 Pro และ REDMI K100 Pro Max สองเรือธงระดับท็อปในประเทศจีน ซึ่งสเปคที่เปิดตัวออกมาด้วยนี้ก็ได้อัปเกรดการใช้งานมาให้แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ หน้าจอ พร้อมการเพิ่มความแรงด้วยชิปรุ่นล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งสายเกมมิ่ง และสายใช้งานทั่วไปได้อย่างลงตัว
ส่วนรุ่นที่วางขายในไทยจะเป็นรุ่นรีแบรนด์คือ POCO F8 Pro ราคาเริ่มต้น 19,900 บาท (Shopee/ Lazada) และ POCO F8 Ultra ราคาเริ่มต้น 24,990 บาท (Shopee/ Lazada)
สเปค REDMI K100 Pro และ REDMI K100 Pro Max

สำหรับสเปคของ REDMI K100 Pro และรุ่น Pro Max จะเป็นรุ่นแรกที่ใช้วัสดุจอแบบ M11 มาใช้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีกว่าเดิม ตัวจอเป็น AMOLED ความละเอียด 1.5K รองรับอัตรารีเฟรชสูงถึง 185Hz โดยมี Touch Sampling Rate 4800Hz และความสว่างสูงสุดถึง 10,000 nits พร้อมขอบเขตสี BT.2020 มีระบบ DC Dimming ปรับความสว่างต่ำสุดได้ 1 nit และการรับรองจาก TÜV Rheinland โดยรุ่น Pro จะมีหน้าจอขนาด 6.59 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro Max จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 6.9 นิ้ว

ทั้ง REDMI K100 Pro และ REDMI K100 Pro Max สองรุ่นนี้ปรับแต่งระบบเสียงจาก Bose โดยรุ่น K100 Pro ใช้ลำโพงคู่ Superlinear 1115F ส่วนรุ่น K100 Pro Max จะเป็นลำโพงคู่ Master-Grade 1115D พร้อมซับวูฟเฟอร์แยกตัวโมดูลกล้องด้านหลังมีไฟ RGB Floating Light Ring ที่กระพริบตามจังหวะเพลงและการแจ้งเตือน สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ IP68/ IP69 พร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วใต้จอแบบ Ultrasonic และทำงานบนระบบ Xiaomi HyperOS 3
ขุมพลังภายในของ REDMI K100 Pro และ REDMI K100 Pro Max ทั้งสองรุ่นใช้ชิป Snapdragon 8 Elite Gen 5 แต่ว่ารุ่น K100 Pro จะเป็นตัว V Series และรุ่น Pro Max ใช้เวอร์ชั่นปกติ (ดูความต่าง) พร้อมกับ GPU Adreno 840 โดยที RAM แบบ LPDDR5X Ultra และความจุแบบ UFS 4.1 นอกจากนี้ยังมีชิปกราฟิกแยก D2 เพื่อช่วยเฟรมเรตและเรนเดอร์หน้าจอ กับชิป Surge T1+ สำหรับขยายสัญญาณให้เสถียรขึ้น

ส่วนการระบายความร้อนใช้ระบบ Ice-Cooled Pump ขนาดใหญ่ โดยรุ่น Pro มีพื้นที่ระบายความร้อน 5,150 ตร.มม. และรุ่น Pro Max ขยายเป็น 6,300 ตร.มม. ทำงานร่วมกับระบบ Rage Engine รุ่นใหม่ สามารถรันเกม CrossFire: Mobile ที่ความละเอียดระดับ 185fps+ ได้ลื่นๆ และยังรองรับการทำงาน 185fps ในเกมยอดฮิตกว่า 30 เกม
จุดเด่นของซีรีส์นี้คือแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่เพิ่มความจุแต่เครื่องยังบางอยู่ โดยในรุ่น REDMI K100 Pro ให้แบตมาถึง 8,580 mAh ส่วนรุ่นท็อปอย่าง K100 Pro Max จะได้แบตความจุถึง 9,070 mAh โดยที่ตัวเครื่องยังบางประมาณ 8.45 ถึง 8.55 มม. เท่านั้น ทั้งสองรุ่นรองรับการชาร์จไวมีสาย 100W และไร้สาย 50W รวมถึงชาร์จแบบ Reverse Charging และมีชิป Surge P3 กับ Surge G2 คอยควบคุมการชาร์จ พร้อมเทคโนโลยี Bypass Charging ที่ช่วยลดความร้อนตอนเล่นเกมได้ด้วย

ตัวกล้องของทั้งสองรุ่นใช้กล้องหลักความละเอียด 200MP เซ็นเซอร์ S5KHP5 ขนาด 1/1.56 นิ้ว รูรับแสง f/1.68 พร้อมกันสั่น OIS และ EIS รองรับการถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K และมีกล้องหน้าความละเอียด 32MP ที่ถ่ายวิดีโอ 4K ได้ จุดต่างจะอยู่ที่กล้องอื่นๆ ที่รุ่น K100 Pro จะได้กล้องอัลตราไวด์ 8MP และกล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูม 2.5x ถ่ายมาโครได้ 10 ซม. ส่วนรุ่น K100 Pro Max จะได้กล้องอัลตราไวด์ 50MP เซ็นเซอร์ OV50M และกล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูม 5x ถ่ายมาโครได้ 30 ซม.
ราคาและการวางจำหน่าย

สำหรับการวางจำหน่ายตอนนี้ได้เริ่มขายแล้วในประเทศจีน โดยมีราคาของแต่ละรุ่นดังนี้
- REDMI K100 Pro: มีให้เลือก 4 สีคือสีแดง, ดำ, ขาว และเหลือง
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 3999 หยวน หรือประมาณ 19,600 บาท
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 4399 หยวน หรือประมาณ 21,600 บาท
- RAM 16GB + 256GB: ราคา 4599 หยวน หรือประมาณ 22,600 บาท
- RAM 16GB + 512GB: ราคา 4999 หยวน หรือประมาณ 24,500 บาท
- REDMI K100 Pro Max: มีให้เลือก 4 สีคือสีแดง, ดำ, ขาว และน้ำเงิน
- RAM 12GB + 256GB: ราคา 4499 หยวน หรือประมาณ 22,000 บาท
- RAM 12GB + 512GB: ราคา 5099 หยวน หรือประมาณ 25,000 บาท
- RAM 16GB + 256GB: ราคา 4899 หยวน หรือประมาณ 24,000 บาท
- RAM 16GB + 512GB: ราคา 5499 หยวน หรือประมาณ 27,000 บาท
- RAM 16GB + 1TB: ราคา 5999 หยวน หรือประมาณ 29,400 บาท
ที่มา: fonearena
