หลังจากที่ตัวระบบ Android 17 เริ่มทยอยปล่อยอัปเดทอย่างเป็นทางการให้กับมือถือ Google Pixel ไปแล้ว หลายๆ แบรนด์ก็เตรียมที่จะปล่อยอัปเดทเวอร์ชั่นใหม่ตามไปด้วย โดยเฉพาะกับ Xiaomi ที่เตรียมจะปล่อยระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดอย่าง HyperOS 4 ออกมาให้อัปเดทกันได้ในเร็วๆ นี้ พร้อมกับการปรับปรุงระบบแบบยกเครื่องใหม่ ไม่ใช่แค่การอัปเดทเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเวอร์ชั่นก่อนหน้า
โดย HyperOS 4 ที่มีพื้นฐานมาจาก Android 17 ได้เตรียมอัปเกรดหน้าตา UI ใหม่ๆ เพิ่มลูกเล่นฟีเจอร์ Interactive Lock Screen Island, การผสานรวมเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดเพื่อตอบโจทย์การทำงานมากขึ้น รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวที่ดีกว่าเดิม สำหรับใครที่ใช้มือถือ Xiaomi, REDMI และ POCO ที่อยากรู้ว่ารุ่นไหนจะได้ไปต่อ และจะได้รับการอัปเดตเมื่อไหร่ไปดูกันเลย

รายชื่อมือถือและแท็บเล็ต ที่คาดว่าจะรองรับอัปเดต HyperOS 4
ข้อมูลแต่ละรุ่นเหล่านี้ Xiaomi ยังไม่ได้มีการประกาศรุ่นที่จะรองรับ HyperOS 4 ออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ทั้งหมดนี้เป็นการอ้างอิงจากนโยบายการอัปเดตซอฟต์แวร์ในปัจจุบันของแบรนด์ทั้งของ Xiaomi, REDMI และ POCO โดยมีรายชื่อที่คาดว่าจะได้ไปต่อแน่ๆ แล้วดังนี้

Xiaomi
- Xiaomi 17/ Xiaomi 17 Ultra
- Xiaomi 17T/ Xiaomi 17T Pro
- Xiaomi 15/ Xiaomi 15 Pro/ Xiaomi 15 Ultra
- Xiaomi 15T/ Xiaomi 15T Pro
- Xiaomi 14/ Xiaomi 14 Pro/ Xiaomi 14 Ultra
- Xiaomi 14T/ Xiaomi 14T Pro
- Xiaomi 14 Civi
- Xiaomi 13T/ Xiaomi 13T Pro
- Xiaomi Mix Flip
Redmi
- Redmi Note 15/ Redmi Note 15 4G
- Redmi Note 15 Pro/ Redmi Note 15 Pro 4G
- Redmi Note 15 Pro+/ Redmi Note 15 Special
- Redmi Note 14 4G/ Redmi Note 14 Pro/ Redmi Note 14 Pro+
- Redmi Note 14S
- Redmi Turbo 5
- Redmi 15/ Redmi 15 4G
- Redmi 15C/ Redmi 15C 4G
- Redmi 15A
- Redmi A7/ Redmi A7 Pro/ Redmi A7 Pro 4G
- Redmi A5
- Redmi Pad 2/ Redmi Pad 2 Pro
- Redmi Pad 2 9.7
POCO devices
- POCO F8 Pro/ POCO F8 Ultra
- POCO F7/ POCO F7 Pro/ POCO F7 Ultra
- POCO F6/ POCO F6 Pro
- POCO X8 Pro/ POCO X8 Pro Max
- POCO X7/ POCO X7 Pro
- POCO X6 Pro
- POCO M8/ POCO M8s/ POCO M8 Pro
- POCO M7 4G/ POCO M7 Plus
- POCO C85/ POCO C85 4G
- POCO C85x
- POCO C81/ POCO C81 Pro
- POCO C81x
- POCO C71
- POCO Pad X1
- POCO Pad M1
- POCO Pad C1
สำหรับมือถือระดับเริ่มต้นบางรุ่นที่ทางแบรนด์ไม่ได้บอกว่าจะอัปเดทได้กี่เวอร์ชั่น รุ่นเหล่านั้นก็ยังไม่ได้ใส่เข้ามาในลิสต์นี้ เพราะว่ายังไม่มีความแน่นอนว่าจะได้หรือไม่ แต่ถ้าเป็นรุ่นที่อยู่ในลิตส์ด้านบนนี้ก็แทบจะการันตีได้เลยว่าจะได้รับการอัปเกรดเป็น HyperOS 4 แน่นอน
HyperOS 4 เปิดตัวและให้อัปเดทได้ช่วงไหน
สำหรับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในตอนนี้ยังไม่ได้มีการปรกาศออกมา แต่ทาง Xiaomi ได้ออกมายืนยันแล้วว่า HyperOS 4 จะมาในช่วงเดือนกรกฎาคมหรือสิงหาคมที่จะถึงนี้ คาดว่าน่าจะเปิดตัวในจีนก่อน ส่วนการเปิดตัว Global จะตามมาทีหลัง ซึ่งตอนนี้ก็จะมีเวอร์ชั่น Beta ที่เตรียมปล่อยออกมา และแหล่งข่าวลืออย่าง Digital Chat Station ก็ได้ออกมาบอกว่ารุ่นแรกๆ ที่จะได้ทดสอบคือ Xiaomi 17 Series ทุกรุ่น และมือถือตัวแรงอย่าง Redmi K90 Series ทุกรุ่นเหมือนกัน
ทั้งนี้ถ้าดูจากไทม์ไลน์ HyperOS 3 ในปีที่แล้ว ที่เปิดตัวในจีนช่วงเดือนสิงหาคม และเปิดตัว Global ช่วงเดือนกันยายน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าในปีนี้ Xiaomi จะใช้ไทม์ไลน์เดียวกันที่จะเปิดตัว HyperOS 4 ดังนั้นเราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่น Global เริ่มต้นในช่วงเดือนตุลาคมปี 2026 นี้
HyperOS 4 จะมีอะไรใหม่บ้าง
ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกสักพักก่อนจะเปิดตัว แต่ก็มีข้อมูลหลุดออกมาระบุว่า Xiaomi กำลังจะเน้นไปที่ระบบ Zero-Legacy บนพื้นฐานของ Android 17 อย่างจริงจัง เพื่อลดสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไปและลดความหนักของระบบ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าจะทำการเขียนแอป และเฟรมเวิร์กหลักของระบบขึ้นมาใหม่ทั้งหมดด้วยภาษา Rust และ Flutter เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของการจัดการหน่วยความจำ ปรับปรุงการทำงานเบื้องหลัง และทำให้หน้าตา UI มีความสอดคล้องกันมากขึ้น และจะช่วยให้ตัวเครื่องกิน RAM น้อยลง บูตเครื่องได้เร็วขึ้น ลดปัญหาภาพกระตุกได้อีกด้วย
ในส่วนของดีไซน์ คาดว่าเราจะได้เห็นการต่อยอดดีไซน์แบบ Liquid-glass ที่เคยมีให้เห็นใน HyperOS 3 และจะนำมาปรับเพิ่มเติมใน HyperOS 4 ให้ดูสวยขึ้น มีลูกเล่นและแอนิเมชั่นมากกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีข่าวลือว่า Xiaomi อาจร่วมมือกับแบรนด์กล้องระดับโลกอย่าง Leica ด้สนสีสไตล์ Leica มาเป็นโทนสีของระบบใน HyperOS 4 อีกด้วย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่น่าจับตามองคือหน้าจอความเป็นส่วนตัว หรือ Privacy Screen ที่ใช้ตัวระบบในการจำกัดมุมมองหน้าจอเพื่อป้องกันคนแอบมอง ก็จะคล้ายๆ กับฟีเจอร์ Privacy Display บน Galaxy S26 แต่ต่างกันตรงที่ฝั่ง Samsung ใช้หน้าจอที่เป็นฮาร์แวร์ตรงๆ เลย และยังเตรียมอัปเกรดการทำงานข้ามอุปกรณ์ และฟีเจอร์ AI ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มเติมด้วย
ที่มา: gizmochina
