ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ของ Qualcomm ถือเป็นชิปที่รองแค่ตัวเรือธงของแบรนด์นี้ โดยหลักๆ แล้วจะใส่อยู่ในมือถือระดับกลางถึงระดับเรือธง ในราคาที่ไม่ได้แพงระดับเรือธง ชิปรุ่นนี้มาพร้อมกับคอร์ซีพียูสถาปัตยกรรม Oryon แบบเดียวกับที่ใช้ในชิปตัวท็อปอย่าง Snapdragon 8 Elite Gen 5 รวมถึงมีระบบประมวลผลภาพ (ISP) ที่แข็งแกร่ง และความสามารถด้าน AI ขั้นสูง โดยรวมแล้วถือเป็นชิปที่เหมาะกับอุปกรณ์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง

ซึ่งสถาปัตยกรรม Oryon คือโครงสร้างโปรเซสเซอร์ที่ทาง Qualcomm พัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อใช้งานบนคอมพิวเตอร์พีซีก่อนเป็นอันดับแรก และการนำเทคโนโลยีระดับเดสก์ท็อปมาย่อส่วนลงในชิปมือถือ จึงทำให้การจัดการพลังงานและความเร็วในการประมวลผลก้าวกระโดดจากเจเนอเรชันก่อนอย่างเห็นได้ชัด ด้วยความยอดเยี่ยมนี้ จึงทำให้หลายแบรนด์เลือกใช้ Snapdragon 8 Gen 5 ในมือถือประสิทธิภาพสูง มาดูกันว่าตอนนี้มีรุ่นไหนที่เปิดตัวออกมาแล้วใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ตัวนี้อยู่บ้าง
รวมรายชื่อมือถือที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ทุกรุ่นในตอนนี้

1. OnePlus 15R
เริ่มกันด้วย OnePlus 15R ที่ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ทำงานบนระบบ Android 16 พร้อมการันตีการอัปเดตได้ 4 เวอร์ชั่น ตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 165Hz, เทคโนโลยี HDR10+, Dolby Vision และสว่างสูงสุดที่ 3,600 นิต ตัวกล้องหลังมีกล้องหลักความละเอียด 50MP และกล้องอัลตราไวด์ 8MP ถ่ายกว้าง 112 องศา ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 32MP โดยมีแบตเตอรี่ให้มาที่ 7,400mAh รองรับการชาร์จไวได้ 80W และรองรับการเชื่อมต่อได้ทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC รวมถึงพอร์ต USB Type-C 2.0 สำหรับรุ่นนี้ไม่ได้วางขายในไทย

2. iQOO 15R
รุ่นต่อมาคือ iQOO 15R ที่เลือกใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 เช่นกัน มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 ที่รองรับการอัปเกรดเวอร์ชั่นหลักได้ 4 เวอร์ชั่น หน้าจอใช้แบบ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz, HDR10+ และมีความสว่างสูงสุดถึง 5,000 นิต ตัวกล้องหลังมีกล้องหลักความละเอียด 50MP คู่กับกล้องอัลตราไวด์ 8MP ส่วนของกล้องหน้าให้มา 32MP และมีความจุแบตเตอรี่ที่ 7,600mAh รองรับการชาร์จไวผ่านสาย 100W และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC และพอร์ต USB Type-C 2.0 เปิดตัวแล้วในไทยด้วยราคาเริ่มต้น 19,900 บาท สั่งซื้อที่ Shopee/ Lazada

3. vivo X300 FE
ทางด้านของ vivo X300 FE ก็เลือกใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ทำงานบนระบบ Android 16 รองรับการอัปเดตเวอร์ชั่นหลักนานถึง 5 เวอร์ชั่น มาพร้อมกับหน้าจอแบบ LTPO AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 120Hz, HDR10+ และสว่างได้สูงสุด 5,000 นิต กล้องจัดเต็มด้วยกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3 เท่า และกล้องอัลตราไวด์ 8MP ถ่ายมุมกว้าง 115 องศา กล้องหน้า 50MP และแบตเตอรี่มีความจุ 6,500mAh รองรับชาร์จไวด้วยสาย 90W และไร้สาย 40W รองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC และ USB Type-C 2.0 เตรียมเปิดตัวในไทยเร็วๆ นี้

4. realme Neo 8
สำหรับ realme Neo 8 รุ่นนี้เปิดตัวในประเทศจีนไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 ที่ผ่านมา และคาดว่าจะเปิดตัวในตลาด Global ในชื่อ realme GT 8 (ใช้ชิปคนละตัว) โดยรุ่น Neo นี้จะใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 165Hz และสว่างสูงสุด 6,500 นิต กล้องหลังมีกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3.5 เท่า และกล้องอัลตราไวด์ 8MP ถ่ายกว้าง 112 องศา ส่วนกล้องหน้ามี 16MP และแบตเตอรี่ความจุ 8,000mAh รองรับชาร์จไว 80W และการเชื่อมต่อ Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC รวมถึงพอร์ต USB Type-C 2.0 แน่นอนว่าไม่ได้เข้าไทย

5. iQOO Z11 Turbo
iQOO Z11 Turbo เป็นรุ่นที่เปิดตัวในประเทศจีนแล้ว และเป็นไปได้ว่าวางขายในตลาด Global ในชื่อ 15R รุ่นนี้มาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 5 และระบบ Android 16 หน้าจอเป็นแบบ AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 144Hz และสว่างสูงสุด 5,500 นิต กล้องหลังมีกล้องหลักความละเอียด 200MP คู่กับกล้องอัลตราไวด์ 8MP และมีกล้องหน้าความละเอียด 32MP ตัวเครื่องให้แบตเตอรี่ความจุ 7,600mAh ที่รองรับชาร์จไวถึง 100W การเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 5.4, NFC และมีพอร์ต USB Type-C 2.0

6. Motorola Razr Fold
มือถือจอพับ Motorola Razr Fold เองก็ใช้ชิป Snapdragon 8 Gen 5 บน Android 16 ที่รองรับการอัปเดตถึง 7 เวอร์ชั่น หน้าจอหลักด้านในเป็นแบบ LTPO P-OLED ขนาด 8.1 นิ้ว รีเฟรชเรต 120Hz และหน้าจอด้านนอกขนาด 6.6 นิ้วรีเฟรชเรต 165Hz โดยทั้งสองจอรอบรับ HDR10+ และ Dolby Vision และสว่างสูงสุด 6,200 นิต และ 6,000 นิต ตามลำดับ กล้องหลังมีกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3 เท่า และอัลตราไวด์ 50MP กว้าง 122 องศา ส่วนกล้องหน้ามีสองตัวคือที่จอด้านใน 20MP และจอนอก 32MP มีแบตความจุ 6,000mAh ชาร์จไวได้ 80W ไร้สาย 50W และจ่ายไฟไร้สาย 5W รองรับทั้ง Wi-Fi 7, Bluetooth, NFC และพอร์ต USB Type-C 3.2

7. Motorola Signature
อีกหนึ่งรุ่นสุดท้ายในตอนนี้ก็คือ Motorola Signature ก็มาพร้อมชิป Snapdragon 8 Gen 5 บนระบบ Android 16 ที่อัปเดทสูงสุดถึง 7 เวอร์ชั่น หน้าจอเป็นแบบ LTPO AMOLED ขนาด 6.8 นิ้ว รองรับอัตรารีเฟรชเรต 165Hz, HDR10+, Dolby Vision และสว่างสูงสุด 6,200 นิต กล้องมีกล้องหลัก 50MP, กล้อง Telephoto Periscope 50MP ซูมออปติคัล 3 เท่า และอัลตราไวด์ 50MP กว้าง 122 องศา มีกล้องหน้า 50MP และแบตเตอรี่ 5,200mAh รองรับชาร์จไวด้วยสาย 90W, ไร้สาย 50W, จ่ายไฟไร้สาย 10W และจ่ายไฟผ่านสาย 5W การเชื่อมต่อรองรับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6.0, NFC และใช้พอร์ตความเร็วสูง USB Type-C 3.1 Gen 2
ทั้งหมดนี้ก็เป็นมือถือที่ใช้งานชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่เปิดตัวออกมาหมดแล้วในปี 2026 หรือในปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีไม่กี่รุ่นที่เปิดตัวในไทยก็ตาม ทั้งนี้ถ้าดูจากรายละเอียดสเปคของทุกรุ่นในนี้ จะเห็นได้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับมือถือในปี 2026 นี้อย่างชัดเจน นั่นคือเรื่องของความจุแบตเตอรี่ ที่ถูกยกระดับใหม่เริ่มต้นกันที่ 6,000mAh ไปจนแตะระดับ 8,000mAh เลยทีเดียว เมื่อตัวแบตเตอรี่ที่มีความจุสูงขนาดนี้ได้มาทำงานร่วมกับชิป Snapdragon 8 Gen 5 ที่ขึ้นชื่อเรื่องการจัดการพลังงานได้ดีเยี่ยม ปัญหาเรื่องแบตเตอรี่หมดระหว่างวันน่าจะกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากสำหรับคนที่ใช้งานรุ่นเหล่านี้ ขอบคุณข้อมูลจาก gizmochina
