หลังจากที่ iPad Air M4 ได้เปิดตัวออกมาใหม่ล่าสุด อีกหนึ่งรุ่นที่ถูกพูดถึงหนักมากในช่วงนี้ก็คือ MacBook Neo สายประหยัดที่เป็นซีรีส์ Neo รุ่นแรก และแน่นอนว่าประสิทธิภาพที่ทำออกมาก็น้องๆ เรือธง หรือจะบอกว่าเทียบได้กับชิป M1 เลยก็ว่าได้ ซึ่งหลายคนก็บอกว่า MacBook Neo ตัวนี้จะเป็นเหมือน iPad ใส่คีย์บอร์ด แต่จะจริงเท็จแค่ไหน และการใช้งานจริงๆ กับสเปคที่ให้มาใหม่ทั้งสองรุ่นนี้ แบบไหนตอบโจทย์กับใครมากกว่า
วันนี้เราเลยจะมาเปรียบเทียบ iPad Air M4 vs MacBook Neo ให้ดูกันชัดๆ ที่ทั้งสองรุ่นนี้เปิดราคาเริ่มต้นมาใกล้เคียงกันมากๆ เลยอาจทำให้หลายคนลังเลว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ระหว่างแท็บเล็ตสายพกพาสะดวก หรือแล็ปท็อปรุ่นใหม่ล่าสุดที่ราคาเบาๆ แต่สเปคก็แรงไม่เบาเหมือนกัน ไปดูกันเลย
เทียบสเปค iPad Air M4 vs MacBook Neo รุ่นไหนตอบโจทย์การใช้งานแบบไหน?
เปรียบเทียบสเปค iPad Air M4 vs MacBook Neo
| iPad Air M4 | MacBook Neo | |
| ขนาด | รุ่น 11″: 247.6 x 178.5 x 6.1 มม. รุ่น 13″: 280.6 x 214.9 x 6.1 มม. | 297.5 x 206.4 x 12.7 มม. |
| น้ำหนัก | รุ่น 11″: Wi-Fi: 464 กรัม รุ่น 11″: Wi-Fi + Cellular: 465 กรัม รุ่น 13″: Wi-Fi: 616 กรัม รุ่น 13″: Wi-Fi + Cellular: 617 กรัม | 1.23 กิโลกรัม |
| สี | ฟ้า, ม่วง, สตาร์ไลท์, เทาสเปซเกรย์ | เงิน, บลัช, ซิตรัส, อินดิโก |
| หน้าจอ | IPS LCD แบบ Liquid Retina กว้าง 11 นิ้ว/ 13 นิ้ว | IPS LCD แบบ Liquid Retina กว้าง 13 นิ้ว |
| Refresh Rate/ ความสว่าง | 60Hz/ รุ่น 11″: 500nits รุ่น 13″: 600nits | 60Hz/ 500nits |
| Touch ID | มีทุกรุ่น | มีเฉพาะรุ่น 512GB |
| ปากกา/ คีย์บอร์ด | Apple Pencil Pro/ (USB‑C) | Magic Keyboard | ไม่รองรับปากกา | Magic Keyboard (และ Touch ID ในรุ่นท็อป) |
| ชิปประมวลผล | Apple M4 | Apple A18 Pro |
| RAM | 12GB | 8GB |
| ROM | 128GB/ 256GB/ 512GB/ 1TB | 256GB/ 512GB |
| Apple Intelligence | มี | มี |
| การเชื่อมต่อ | 5G/ Wi-Fi 7, Bluetooth 6, USB-C 3 (1 พอร์ต) | Wi-Fi 7E, Bluetooth 6, USB-C 3 (1 พอร์ต), USB-C 2 (1 พอร์ต), 3.5 Jack |
| กล้องหน้า | 12MP Center Stage (𝑓/2.0) แนวนอน | FaceTime HD 1080p |
| กล้องหลัง | ไวด์ 12MP (𝑓/1.8) | – |
| แบต | ดูวิดีโอสูงสุด 10 ชม. ท่องเว็บด้วย 5G สูงสุด 9 ชม. | ดูวิดีโอสูงสุด 16 ชม. ท่องเว็บไร้สายสูงสุด 11 ชม. |
| ราคา | รุ่น 11 นิ้ว (Wi-Fi): ราคาเริ่มต้น 21,900 บาท รุ่น 11 นิ้ว (Wi-Fi + Cellular): ราคาเริ่มต้น 27,900 บาท รุ่น 13 นิ้ว (Wi-Fi): ราคาเริ่มต้น 28,900 บาท รุ่น 13 นิ้ว (Wi-Fi + Cellular): ราคาเริ่มต้น 34,900 บาท | รุ่น 256GB: ราคา 19,000 บาท รุ่น 512GB: ราคา 22,900 บาท |
ดีไซน์และหน้าจอ

เริ่มต้นกันที่รูปร่างหน้าตาระหว่าง iPad Air M4 vs MacBook Neo กันก่อนเลย ที่แน่นอนว่าทั้งสองแบบนี้ต่างกันอยู่แล้ว โดยตัว MacBook Neo มาในรูปทรงแล็ปท็อปฝาพับ วัสดุเป็นอะลูมิเนียมแข็งแรงแต่บางเบา น้ำหนักแค่ 1.24 กิโลกรัม พกพาใส่กระเป๋าไปเรียนหรือทำงานได้สบายๆ มีสีให้เลือกเพียบ พร้อมขนาดจอ 13 นิ้ว
ตัดภาพมาที่ฝั่ง iPad Air M4 จะยังคงเป็นแท็บเล็ตสายพกพาที่บางเฉียบ ถอดจอถือเดินไปมาได้คล่องตัว (ถ้าไม่ได้ใส่เคสคียบอร์ด) มีให้เลือกสองขนาดคือ 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว ใครชอบฟีลลิ่งเอานิ้วจิ้มจอ หรือชอบวาดรูปเล่น จอทัชสกรีนของไอแพดน่าจะตอบโจทย์ความสนุกได้มากกว่า รวมถึงรองรับปากกา Apple Pencil Pro ที่คล่องตัวกว่าด้วย
ขุมพลังชิปประมวลผลและความแรง

จุดที่ต่างกันแบบสุดขั้วของ iPad Air M4 vs MacBook Neo ที่ถึงแม้ราคาจะใกล้เคียงกันในรุ่นเริ่มต้น แต่ทั้งคู่เลือกใช้ชิปคนละแบบ ซึ่งฝั่ง MacBook Neo เลือกใช้ชิป A18 Pro ที่ใช้ใน iPhone หลายคนอาจจะมองว่าเป็นชิปประหยัดพลังงาน แต่เมื่อมารันบนระบบของ Mac ก็จะทำงานได้ลื่นไหลมาก ไม่ว่าจะเป็นการพิมพ์งาน ท่องเว็บ ดูซีรีส์ หรือจัดการไฟล์เอกสารได้เลยหายห่วง แถมเป็นดีไซน์ไร้พัดลม เครื่องเลยเงียบสนิทเวลาทำงาน
ส่วน iPad Air M4 รอบนี้อัปเกรดมาใหม่ให้แรงขึ้น เพราะยัดชิป M4 ตัวแรงระดับเดสก์ท็อปมาให้เลย แถมยังอัปเกรดให้ RAM มาสูงถึง 12GB (แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 120GB/s) เพื่อรองรับฟีเจอร์ Apple Intelligence เต็มสูบ ถ้าเทียบเรื่องความแรงเพียวๆ ในการเรนเดอร์กราฟิก หรือตัดต่อวิดีโอ iPad Air M4 ยังกินขาด และเผื่ออนาคตไว้ได้ยาวๆ เลยทีเดียว
ระบบปฏิบัติการและไลฟ์สไตล์การใช้งาน

เรื่องนี้แหละที่จะเป็นตัวบอกได้ว่า iPad Air M4 vs MacBook Neo ทั้งสองรุ่นใครเหมาะกับเครื่องไหน เพราะ MacBook Neo รันบน macOS ซึ่งออกแบบมาเพื่อการทำงานที่จริงจังกว่า จัดการหน้าต่างแอปพลิเคชันได้อิสระ ลากไฟล์ข้ามไปมาสะดวก แถมเปิดกล่องมาก็มี Magic Keyboard ภาษาไทยให้พิมพ์งานได้ทันที (ถ้ารุ่น 512GB จะได้ปุ่มสแกนนิ้ว Touch ID ด้วย)
แต่สำหรับ iPad Air M4 จะทำงานบน iPadOS ที่เน้นความคล่องตัว โหลดแอปพลิเคชันมาเล่นได้หลากหลาย หยิบขึ้นมาจดเล็คเชอร์ด้วย Apple Pencil Pro ได้ทันที แต่ข้อควรระวังคือ ถ้าอยากได้คีย์บอร์ดมาพิมพ์งานจริงจังแบบแล็ปท็อป จะต้องเผื่องบไปซื้อ Magic Keyboard แยกต่างหาก ซึ่งพอรวมราคาเข้าไปแล้ว งบก็จะกระโดดไปไกลกว่า MacBook Neo พอสมควรเลย อีกอย่างก็คือถ้ารวมๆ ออปชั่นเสริมนี่ก็แทบจะเป็นแล็ปท็อปได้แล้วในเรื่องของความหนัก
พอร์ตเชื่อมต่อ แบตเตอรี่ และกล้อง


สำหรับการเชื่อมต่อของ iPad Air M4 vs MacBook Neo ก็มีความต่างกันด้วย เนื่องจาก MacBook Neo ให้พอร์ต USB-C มา 2 ช่อง รองรับการต่อจอภาพภายนอก และมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. มาให้ใช้งานแบบครบถ้วน ส่วน iPad Air M4 ก็นำโด่งเรื่องเทคโนโลยีไร้สาย เพราะอัปเกรดไปใช้ชิปเครือข่าย N1 ที่รองรับ Wi-Fi 7 และ Bluetooth 6 แล้ว ทำให้เน็ตแรงและเสถียรมาก
ด้านกล้อง iPad AIr M4 ก็จะดีกว่าในความคล่องตัว เพราะว่ามีกล้องหลังถ่ายรูปหรือสแกนเอกสารชัด ส่วน MacBook Neo จะเน้นกล้องหน้าสำหรับวิดีโอคอลเป็นหลัก เรื่องแบตเตอรี่บอกเลยว่าประหยัดพลังงานและอึดทนทานทั้งคู่ พกออกไปใช้งานนอกบ้านได้ยาวๆ ตลอดวันแบบไม่ต้องกังวลแบตหมด แต่ด้วยความที่เป็นแล็ปท็อป ก็จะมีแบตที่อึดกว่าเท่านั้นเลย
เทียบสเปค iPad Air M4 vs MacBook Neo รุ่นไหนตอบโจทย์การใช้งานแบบไหน?

จากการที่ได้เปรียบเทียบ iPad Air M4 vs MacBook Neo ในแต่ละแบบและสเปคที่มีอยู่ ขอสรุปสั้นๆ ให้เข้าใจได้ง่ายๆ คือถ้างบมีจำกัดที่ระดับ 20,000 บาทนิดๆ เน้นความคุ้มค่าแบบซื้อปุ๊บจบปั๊บ อยากได้เครื่องพิมพ์งาน ทำพรีเซนต์ ท่องเว็บ และได้คีย์บอร์ดมาเลยตั้งแต่แกะกล่อง แนะนำให้ไปที่ MacBook Neo ได้เลย ถือเป็นแล็ปท็อป Mac ที่ราคาเข้าถึงง่ายและคุ้มสุดๆ ในตอนนี้
แต่ถ้าไลฟ์สไตล์เน้นความยืดหยุ่น ชอบนอนไถจอเล่นบนเตียง ชอบการจดเล็คเชอร์ วาดรูป ตัดต่อคลิปวิดีโอ และมีงบเหลือพอสำหรับซื้ออุปกรณ์เสริมอย่างปากกาหรือคีย์บอร์ด iPad Air M4 ที่มาพร้อมความแรงของชิป M4 จะเป็นแก็ดเจ็ตที่ตอบสนองความครีเอทีฟ และสนุกกับการใช้งานได้หลากหลายกว่าแน่นอน
ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราอยากได้แบบไหน โดย iPad Air M4 จะสามารถซ้อล่วงหน้าได้วันที่ 16 มี.ค. เริ่มวางจำหน่าย 20 มี.ค. ในรุ่น WiFi ส่วนรุ่น Cellular และ MacBook Neo รอการประกาศวางขายต่อไป (มีข่าวแว่วๆ ว่าจะขายไม่พอด้วย)
