
เปรียบเทียบสเปค Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch รุ่นใหม่กับรุ่นเก่าต่างกันยังไง ซื้อรุ่นไหนดีในปี 2025
Nintendo Switch เป็นเครื่องเกมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดตัวในปี 2017 เป็นรุ่นแรกรุ่นคลาสสิค (กล่องขาว) และต่อเนื่องด้วยรุ่นกล่องแดงในปี 2019 และตัว OLED ในปี 2021 จนปี 2025 ล่าสุดนี้ก็ได้เปิดตัว Nintendo Switch 2 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมาพร้อมกับการอัพเกรดครั้งใหญ่ ทั้งด้านประสิทธิภาพ หน้าจอ และฟีเจอร์ใหม่ๆ ทำให้หลายคนสงสัย และอยากรู้ว่าถ้าหากเปรียบเทียบสเปค Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch ทั้งรุ่นใหม่ล่าสุดและรุ่นเก่า มีความแตกต่างกันตรงไหนบ้าง และควรซื้อรุ่นไหนดีในปี 2025 นี้ดีกว่ากัน
ตารางเปรียบเทียบสเปค Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch
สำหรับ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch ที่ทาง Specphone จะมาการเปรียบเทียบสเปคทั้งสามรุ่นนี้ จะเป็นการเทียบสเปคของ Nintendo Switch 2 รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังจะวางจำหน่ายในปี 2025 กับรุ่น Nintendo Switch OLED Model และรุ่น Nintendo Switch รุ่นกล่องแดงที่เปิดตัวมาในปี 2019 ซึ่งรุ่นแรกที่เปิดตัว 2017 นั้นไม่ได้วางขายอย่างเป็นทางการแล้ว เราจึงจะมาเทียบแค่รุ่นแรกที่เป็นตัวกล่องแดงเท่านั้น รวมไปถึง Nintendo Switch รุ่นพิเศษที่เป็นลวดลายต่างๆ ก็ไม่ได้นำมาเทียบด้วยในบทความนี้ จะเทียบแค่รุ่นหลักเท่านั้น
ข้อมูล\ รุ่น | Nintendo Switch 2 | Nintendo Switch OLED | Nintendo Switch |
ขนาด (รวม Joy-Con) | 166 x 272 x 13.9 มม. | 102 x 242 x 13.9 มม. | 102 x 239 x 13.9 มม. |
น้ำหนัก (รวม Joy-Con) | 534 กรัม | 420 กรัม | 398 กรัม |
หน้าจอ | LCD ขนาด 7.9 นิ้ว | OLED ขนาด 7 นิ้ว | IPS LCD ขนาด 6.2 นิ้ว |
ความคมชัด | Full HD 1920×1080/ HDR10 | HD 1280×720 | HD 1280×720 |
Refresh Rate | 120Hz | 60Hz | 60Hz |
ชิป | NVIDIA ปรับแต่งใหม่ (ยังไม่ระบุรุ่น) | NVIDIA Tegra X1 | NVIDIA Tegra X1 |
RAM/ ROM | คาดว่า 12GB/ 256GB microSD Express 2TB | 4GB/ 64GB microSD | 4GB/ 32GB microSD |
Video Output | 1080p (handheld) 4K HDR (docked) | 720p (handheld) 1080p (docked) | 720p (handheld) 1080p (docked) |
เชื่อมต่อ | Wi-Fi 6/ Bluetooth/ สาย LAN | Wi-Fi/ Bluetooth 4.1/ สาย LAN | Wi-Fi/ Bluetooth 4.1/ ต้องใช้อะแดปเตอร์สาย LAN |
USB และ Ports | 2x USB-C (บน-ล่าง) 3.5mm MicroSD Express HDMI AC Aadapter LAN | 1x USB-C 3.5mm MicroSD HDMI AC Adapter USB ตัวที่สอง/ LAN | 1x USB-C 3.5mm MicroSD HDMI AC Adapter USB ตัวที่สอง |
Joy-Con | Joy-Cons (แม่เหล็ก)/ Pro Controller | Joy-Cons/ Pro Controller | Joy-Cons/ Pro Controller |
แบตเตอรี่ | 5220 mAh 2 – 6.5 ชั่วโมง | 4310 mAh 4.5 – 9 ชั่วโมง | 4310 mAh 4.5 – 9 ชั่วโมง |
ราคาล่าสุด | ประมาณ 15,400 บาท | 11,490 บาท | 9,990 บาท |
เปรียบเทียบขนาดและการดีไซน์
เริ่มต้นกันด้วยการเปรียบเทียบ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch ที่การดีไซน์และขนาดของตัวเครื่องกันก่อนเลย ที่ทั้งสามรุ่นนี้ มีดีไซน์พื้นฐานที่ค่อนข้างจะคล้ายกัน แต่ว่าเรื่องขนาดรุ่น OLED จะใหญ่และมีน้ำหนักมากกว่านิดหน่อย และรุ่นใหม่ล่าสุดนั้นก็มีขนาดที่ใหญ่และน้ำหนักมากกว่าขึ้นไปอีกระดับ

โดย Nintendo Switch รุ่นปี 2019 นั้นมีขนาดจอเล็กที่สุด สามารถถอด Joy-Cons ออกได้ และมีขาตั้งที่ดูจะไม่ค่อยแข็งแรงมากนัก ในขณะที่ Nintendo Switch OLED นั้นมีขอบจอที่บางและมีขนาดจอใหญ่กว่า ปรับเปลี่ยนปุ่มให้ดูสวยงามขึ้น มีแท่นวางพร้อมพอร์ต LAN มาให้ในตัว และที่สำคัญก็คือแก้จุดขาตั้งที่เพิ่มขนาดและกางออกไปได้เยอะกว่ารุ่นปี 2019 และยังถอดออกมาได้ด้วย
ส่วนรุ่นล่าสุดอย่าง Nintendo Switch 2 นั้นก็ได้ปรับเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม มีน้ำหนักมากกว่า แต่ก็ยังคงมีความบางเท่ากันกับทุกรุ่น ซึ่งตัวเครื่องนั้นก็ได้ปรับให้มีโครงที่แข็งแรงขึ้น มีการยึดแม่เหล็กที่ตัว Joy-Con 2 ใหม่ และยังให้พอร์ต USB-C มาให้ถึง 2 พอร์ตที่ด้านบน สำหรับชาร์จหรือต่อกล้องได้ ที่สำคัญก็คือขาตั้งที่ปรับเปลี่ยนให้แข็งแรงมากกว่าเดิมไปอีก ปรับมุมได้หลากหลายมากขึ้น ความพิเศษของ Joy-Con 2 ใหม่ก็คือสามารถใช้งานเป็นเมาส์ได้ และมีปุ่ม “C” ใหม่สำหรับ GameChat
เปรียบเทียบหน้าจอแสดงผล
เปรียบเทียบ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch กันต่อด้วยเรื่องของหน้าจอที่ทั้งสามรุ่นนี้มีหน้าจอที่ต่างกันไปเลย โดยรุ่นเก่าสุดอย่าง Nintendo Switch 2019 นั้นมีจอเป็น LCD ความละเอียด HD กว้างเพียง 6.2 นิ้ว ถ้าเอาไว้เล่นเกมทั่วไปปกติก็คงไม่ได้ส่งผลอะไรมาก แต่ถ้าเทียบกับรุ่นใหม่ๆ ในปัจจุบันแล้วก็ถือว่าเทียบได้ยาก ทั้งเรื่องของแสงและสี รวมถึงเกมใหม่ๆ ที่ทำออกมาได้ดีกว่าจอด้วย
ส่วนทางด้านของ Nintendo Switch OLED แน่นอนว่าสุดทางด้านหน้าจออยู่แล้ว เพราะได้จอ OLED ความละเอียด HD กว้าง 7 นิ้ว ที่มีสีดำเข้มขึ้น และให้คอนทราสต์กับสีสันที่ดีมากกว่าเดิมเยอะมาก ซึ่งถือว่าเป็นจอที่ดีที่สุดเลยก็ว่าได้สำหรับเกมพกพาของ Nintendo อีกทั้งยังมีการอัพเกรดลำโพงให้ดีกว่าเดิมด้วย แต่ว่าทั้งสองรุ่นนี้ยังมีการเชื่อมต่อไปยังจอ TV ที่ความละเอียด Full HD เท่านั้น
ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุด Nintendo Switch 2 รุ่นนี้มีหน้าจอเป็น LCD แต่ก็ได้อัพเกรดความละเอียดเป็น Full HD พร้อมรองรับ HDR10 เล่นในที่กลางแจ้งได้ดี และอัพเกรดอัตรารีเฟรชเรทเป็น 120Hz แบบปรับได้ เล่นได้ลื่นขึ้นเยอะ ตอบสนองในเรื่องของการเล่นเกมได้ดีกว่ารุ่นก่อนหน้า ถึงแม้ว่าจะมีจอ LCD ปกติก็ตาม แต่ก็ยังทดแทนมาด้วยสเปคอื่นๆ ที่ทำให้การเล่นเกมดีขึ้น นอกจากนี้ก็ยังมีลำโพงให้ดีขึ้น รองรับเสียงแบบ 3 มิติ และไมโครโฟนในตัว พร้อมกับ การเชื่อมต่อไปยังจอ TV ที่ทำได้ถึง 4K ไปแล้ว
เปรียบเทียบประสิทธิภาพ
สำหรับประสิทธิภาพของ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch ทั้งสามรุ่นนี้ได้ใช้ชิปของ NVIDIA เป็นหลัก แต่ว่ารายละเอียดสเปคจะมีความแตกต่างกันไป โดย Nintendo Switch OLED และ Switch 2019 นั้นใช้ชิปตัวเดียวกันคือ NVIDIA Tegra X1 ที่มี RAM 4GB เท่ากัน แต่ว่ารุ่น OLED นั้นมีความจุ 64GB และรุ่น 2019 มีความจุ 32GB ที่สามารถเพิ่มได้ด้วย microSD รองรับ microSDHC และ microSDXC สำหรับเมมโมรีการ์ด

ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุด Nintendo Switch 2 นั้นมาพร้อมกับชิป NVIDIA ที่ปรับปรุงใหม่เอง พร้อมกับแรมที่มากกว่าเดิม (คาดว่าอาจจะเป็น 12GB) ที่จะทำให้การรันเกมนั้นดีขึ้นมากๆ ทั้งความไหลลื่นและการจัดการประสิทธิภาพของการเล่นเกม รวมถึงการแสดงผลของหน้าจออนิเมชั่นต่างๆ แบตเตอรี่ และระบบ AI ที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังมีความจุเพิ่มมาถึง 256GB อ่านและเขียนข้อมูลได้เร็วขึ้น รองรับเฉพาะ microSD Express (สูงสุด 2 TB) ที่มีความเร็วในการเข้าถึงที่เร็วกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่วนการใช้ microSD จะบันทึกได้แค่ภาพและวิดีโอเท่านั้น
เปรียบเทียบการใช้งานของแบตเตอรี่
ปิดท้ายด้วยการเปรียบเทียบ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch ที่แบตเตอรี่ของทั้งสามรุ่น ที่ทั้งสองรุ่นอย่าง Nintendo Switch OLED และ Switch 2019 นั้นมีแบตความจุเท่ากันที่ 4310 mAh สามารถเล่นได้ตั้งแต่ 4.5 – 9 ชั่วโมง ซึ่งรุ่นใหม่อย่าง Nintendo Switch 2 นั้นมีความจุแบตถึง 5220 mAh แต่กลับมีข้อมูลการเล่นได้ตั้งแต่ 2 – 6.5 ชั่วโมง ที่ดูจะน้อยกว่ารุ่นก่อนหน้า แต่ด้วยประสิทธิภาพของชิปและความร้อน ก็อาจทำให้เล่นได้นานกว่าที่บอกไว้ก็ได้

ราคาและการวางจำหน่าย
สำหรับราคาและการวางขายของ Nintendo Switch OLED และ Nintendo Switch Switch 2019 นั้นยังมีขายอยู่ตามร้านค้า IT ชั่นนำหรือร้านค้าตัวแทนจำหน่าย โดยมีราคากลางอยู่ที่ 11,490 บาท และ 9,990 บาท ตามลำดับ ส่วนรุ่นใหม่ล่าสุดคือ Nintendo Switch 2 นั้นเพิ่งมีการเปิดตัว และพร้อมจะวางขายในวันที่ 5 มิถุนายน 2025 นี้ ส่วนของไทยก็อาจจะยืดเวลาออกไปอีกหน่อย คาดว่าอาจเกือบกลางปีถึงกันยายนได้เลย โดยมีราคาตัวเครื่องเปล่าที่ 449.99 ดอลลาร์ หรือประมาณ 15,400 บาท
สรุปซื้อรุ่นไหนดีในปี 2025
จากการเปรียบเทียบสเปคของ Nintendo Switch 2 vs OLED vs Switch จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าทั้งสามรุ่นนี้มีสเปคการใช้งานที่ต่างกันพอสมควรเลย แน่นอนว่า Nintendo Switch 2 เป็นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับการอัพเกรดครั้งใหญ่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพ หน้าจอ และฟีเจอร์ใหม่ๆ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเล่นเกมที่ดีขึ้นกว่าเดิมในหลายๆ ด้าน ซึ่งรวมไปถึงการสตรีมหรือเล่นกับเพื่อน และประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีกว่าด้วย แต่ก็คาดว่าจะมีราคาที่สูงกว่ารุ่นอื่นๆ ดังนั้นถ้าใครมีงบจำกัดก็ควรดูตรงจุดนี้ด้วย
ส่วน Nintendo Switch OLED ยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีมาก สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมด้วยหน้าจอ OLED ที่ให้สีสันสดใสและความคมชัดที่เหนือกว่า Switch รุ่นแรก แม้ว่าประสิทธิภาพภายในจะคล้ายกับ Switch 2019 แต่หน้าจอและดีไซน์ที่ปรับปรุงใหม่ทำให้การใช้งานได้ดีขึ้นกว่า ถ้าไม่ได้ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด แต่เน้นเรื่องความคุ้มค่าและหน้าจอที่เล่นเกมได้สวยๆ รุ่น OLED ก็ตอบโจทย์ได้เหมือนกัน
ส่วน Nintendo Switch รุ่น 2019 ยังคงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากเล่นแบบเริ่มต้น หรือคนที่มีงบประมาณจำกัด แม้ว่าสเปคจะเริ่มล้าสมัยเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ แต่ก็ยังรองรับเกมส่วนใหญ่ในตลาดได้ดี ถ้าจะซื้อมาเล่นเกมแบบสบายๆ และไม่ได้ต้องการฟีเจอร์ล้ำสมัยมากนัก การเลือกรุ่นนี้ก็ยังถือว่าคุ้มค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาของมันอาจจะลดลงอีกในปีนี้
คำถามที่คนมักค้นหา (FAQ)
- Nintendo Switch 2 ดีกว่า Nintendo Switch OLED และ Switch 2019 อย่างไร?
- มีประสิทธิภาพที่ดีในทุกๆ ด้านทั้งชิป ความจุ หน้าจอ และฟีเจอร์ใหม่ๆ
- หน้าจอ OLED กับ LCD ของ Switch แตกต่างกันอย่างไร?
- หน้าจอ OLED ให้สีดำที่ดีกว่า มีสีสดใส และมุมมองที่กว้างกว่า LCD ในขณะที่ LCD ของ Switch 2 มีความละเอียดสูงกว่า และรองรับ HDR แต่ก็อาจจะยังไม่สามารถให้ความคมชัดและสีสันเทียบเท่า OLED ได้
- ซื้อ Nintendo Switch OLED ในปี 2025 ยังคุ้มค่าอยู่ไหม?
- ยังคุ้มสำหรับคนที่ต้องการหน้าจอคุณภาพสูง
- แบตเตอรี่ของ Nintendo Switch รุ่นไหนใช้งานได้นานที่สุด?
- Switch OLED และ Switch 2019
- ควรรอซื้อ Nintendo Switch 2 หรือซื้อรุ่นเก่าไปเลยดี?
- หากต้องการเทคโนโลยีล่าสุดและฟีเจอร์ใหม่ๆ ก็ควรรอซื้อ Switch 2 แต่ถ้าเน้นความคุ้มค่าและไม่ต้องการจ่ายแพง รุ่น OLED หรือ Switch 2019 ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี
Nintendo Switch ทั้งสามรุ่นนี้มีจุดเด่นและข้อแตกต่างที่ชัดเจน ซึ่งเหมาะกับความต้องการของผู้เล่นแต่ละกลุ่มในปี 2025 หากกำลังมองหาเครื่องเกมที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุด Nintendo Switch 2 เป็นคำตอบที่ดีที่สุด แม้ว่าราคาจะสูงกว่า แต่ก็ให้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีกว่าเดิมอย่างมาก แต่อีกทาง Switch OLED ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่เน้นความคุ้มค่า โดยเฉพาะหน้าจอคุณภาพสูง ส่วน Switch ตัว 2019 นั้นเหมาะสำหรับคนที่เล่นเกมทั่วไป มีราคาประหยัดที่สุดกว่าทุกรุ่น
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก nintendo