มือถือเปิดไม่ติด!! 5 วิธีแก้ปัญหามือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง มือถือดับ (Android / iOS)

มือถือเปิดไม่ติด มือถือค้าง มือถือดับ เป็นปัญหาปกติที่ผู้ใช้มือถือและแท็บเล็ตต่างก็คุ้นเคยกันดี เพราะอย่างน้อยสำหรับคนที่ใช้งานมานานก็คงต้องเจอกันบ้างสักครั้งหรือสองครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นปัญหาที่ตัวซอร์ฟแวร์มากกว่าจะเป็นปัญหาที่ตัวเครื่อง

มือถือเปิดไม่ติด

ซึ่งวิธีแก็ปัญหาก็มีไม่ค่อยเยอะ แถมหลาย ๆ วิธียังยากต่อผู้ใช้ทั่ว ๆ ไปอีกด้วย และวิธีสุดท้ายที่เรามักจะใช้กันก็คือเอามือถืออที่มีปัญหานั้นไปส่งศูนย์ซ่อม ซึ่งหากอยู่ในประกันก็นับว่าโชคดีไปเพราะจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ แต่หากหมดประกันไปแล้วค่าซ่อมบางครั้งก็โหดพอที่จะซื้อใหม่ได้สบาย

วันนี้ Specphone เราจะมาแนะนำวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นหากเพื่อน ๆ เจออาการมือถือเปิดไม่ติด, มือถือค้าง หรือมือถือดับกัน ให้ลองแก้กันเองดูก่อน หากไม่ไหวจริง ๆ ค่อยไปส่งซ่อม ซึ่งจะมีวิธีไหนบ้างนั้นไปดูกันได้เลย

1. ตรวจสอบแบตเตอรี่

อย่างแรกเลยที่เราต้องเช็คหลังจากมือถือเปิดไม่ติดหรือมือถือดับไปก็คือมือถือเราแบตเตอรี่หมดหรือเปล่า เพราะบางครั้งมือถืออาจจะแบตเตอรี่หมดโดยที่เราไม่ได้สังเกตก็เป็นได้ หลังจากเอาไปเสียบชาร์จแล้วยังไม่ติดอยู่ดีให้ลองเช้คที่หัวชาร์จหรือไม่ก็สายชาร์จดูว่ามันชาร์จไฟเข้ามือถือเราจริงหรือเปล่า อีกทั้งบางครั้งหากมีเศษฝุ่นไปเกาะอยู่ที่ช่องชาร์จก็สามารถทำให้ชาร์จไฟไม่เข้าได้เช่นกัน หากเจอเศษฝุ่นให้ทำการเป่ามันออก อย่าไปเอาอะไรไปแคะมันออกเชี่ยวไม่อย่างนั้นพอร์ตชาร์จอาจจะเกิดความเสียหายได้

2. ลองรีสตาร์ตเครื่องดู

ถ้าหากพบปัญหามือถือดับเองหรือรีสตาร์ตเรื่อย ๆ ก็ให้ลองจัดการรีสตาร์ตเครื่องด้วยตัวเองหรือปิดเครื่องแล้วเปิดใหม่สักรอบ หรือถ้าหากเครื่องค้างก็ให้ใช้วิธี Hard Reset ด้วยการกดปุ่ม Power กับปุ่มเพิ่มหรือลดเสียงค้างไว้ (แล้วแต่รุ่นมือถือ) ซึ่งในบางกรณีการทำแค่นี้ก็อาจช่วยแก้ปัญหาให้มือถือสามารถกลับมาใช้เป็นปกติก็ได้

3. Factory Reset ล้างเครื่องใหม่

ถ้าหากทำตามวิธี 2 ข้อแรกแล้วยังไม่ได้ผล ก็คงต้องยอมทำใจจัดการ Factory Reset เพื่อล้างเครื่องดูสักรอบ ซึ่งจะเป็นการทำให้เครื่องกลับไปสู่การตั้งค่าแบบจากโรงงานใหม่อีกครั้ง และแน่นอนว่าแอปฯ รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องจะถูกลบล้างหายไปทั้งหมด โดยวิธีนี้จะสามารถแก้ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดจากด้านซอฟต์แวร์ได้ สำหรับคำสั่ง Factory Reset นั้นจะอยู่ใน Settings ของเครื่อง ซึ่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับรุ่นมือถือที่ใช้อยู่

4. Download Mode (Android) / DFU Mode (iOS)

หากทำตามขั้นตอนด้านบนจนถึงขนาด Factory Reset ก็ไม่หาย ลองเข้า Download Mode / DFU Mode เพื่อรีเซ็ตเครื่องโดยไม่ผ่านระบบ ซึ่งวิธีนี้เป้นวิธีที่ไม่ค่อยมีใครใช้กันจนถูกลืมเลือนไปแล้ว ทว่าในสมัยก่อนตอนที่ยังมีการแฟลชรอมหรือรูทเครื่องนั้นทุกคนจะต้องเข้าโหมดนี้กันจนชินเลยทีเดียว ซึ่งใน Android และ iOS นั้นมีวิธีเข้าโหมดนี้ต่างกัน โดยสามารถทำตามได้ดังนี้

Android

  1. กดปุ่ม Home + Volume Down (ปุ่มลดเสียง) พร้อมกัน แล้วค้างไว้จนกว่าเครื่องจะสั่น
  2. กดปุ่ม Volume Down (ปุ่มลดเสียง) เพื่อยกเลิกการเข้าสู่ Download Mode
  3. เครื่องจะทำการ Restart เองเพื่อเปิดเครื่องขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

iOS (เข้า DFU Mode)

  1. เชื่อมต่อ iPhone / iPad เข้ากับ Mac / PC ด้วยสาย Lightning
  2. กดปุ่มเพิ่มเสียง แล้วปล่อย
  3. กดปุ่มลดเสียง แล้วปล่อย
  4. กดปุ่ม Power ค้าง จนกว่าจอดับแล้วกดค้างต่อไปเรื่อย ๆ
  5. หลังจอดับ กดลดเสียงค้าง 5 วินาที แล้วปล่อยปุ่มด้านข้าง โดยยังกดปุ่มลดเสียงค้างไว้แบบนั้น
  6. รอจนว่า iTunes จะมองเห็น iPhone โดยที่หน้าจะ iPhone จะเป็นสีดำ จากนั้นสามารถปล่อยมือได้เลย

iOS (ออก DFU Mode)

  1. กดปุ่มเพิ่มเสียง แล้วปล่อย
  2. กดปุ่มลดเสียง แล้วปล่อย
  3. กดปุ่ม Power ค้างจนกว่าจะเห็น Apple โลโก้

5. ส่งศูนย์ซ่อม

ถ้าหากทำตามวิธีข้างต้นหมดแล้วแต่ปัญหาก็ยังอยู่แก้ไม่หายสักที นั่นอาจเป็นเพราะปัญหาที่เกิดจากด้านฮาร์ดแวร์ ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่หรือส่วนอื่น ๆ ภายในตัวเครื่อง ก็คงต้องใช้วิธีสุดท้ายคือส่งเครื่องให้ศูนย์บริการซ่อม แต่ถ้าหากเป็นเครื่องที่หมดประกันหรือเก่ามากแล้ว ซ่อมไม่คุ้ม ก็อาจลองพิจารณาซื้อเครื่องใหม่จะดีกว่า