iOS-annoyances-Header-2

ระบบปฏิบัติการต่างๆในโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นใน PC คอมพิวเตอร์, ultrabook, tablet หรือว่าสมาร์ทโฟน ต่างก็มีอยู่หลายระบบ และแต่ระบบนั้นก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป มันเป็นเรื่องปกติที่ คนที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบใดมาเป็นเวลานาน ก็จะเคยชินกับระบบนั้น เมื่อมาวันหนึ่งเขาได้เปลี่ยนไปใช้อีกระบบหนึ่ง ความไม่คุ้นเคยจึงเกิดขึ้น บางสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่มันไม่เหมือนเดิม ย่อมทำให้หวนกลับไปคิดถึงความเคยชินแบบเก่าที่เราผ่านมา

สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้เช่นกัน กับผู้ที่เคยใช้ Android แล้วได้เปลี่ยนไปใช้ iPhone ในขณะที่ระบบปฏิบัติการ Android สามารถปรับเปลี่ยนอะไร เล็กๆ น้อย ๆ หรืออาจจะใหญ่ๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง แต่มันใช้ไม่ได้กับ iOS ระบบปฏิบัติการที่ค่อนข้างฟิกซ์ทุกอย่างมาแล้ว กับสิ่งที่แอปเปิลคิดว่านี่แหละดีแล้วสำหรับผู้ใช้งาน สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับเรื่องเหล่านี้ที่เคยใช้ Android  นี่ก็คือ 10 อย่างที่เขารู้สึกรับไม่ค่อยได้กับ iOS

บทความนี้ ไม่ได้บอกว่าระบบไหนดีกว่าระบบไหน มันเป็นแค่ความไม่คุ้นชินสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มมาใช้เท่านั้น

 

1.ปรับแต่งหน้าจอ homescreen ก็ไม่ได้

เป็นสิ่งแรกเลยที่ผู้เคยใช้ Android มาก่อน จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ ก็ในเมื่อคุณเคยปรับนู่น เปลี่ยนนี่ วางรูปแบบใหม่ในการวางไอคอนบนหน้าจอ homescreen ได้มาก่อน แต่เมื่อคุณมาใช้ iOS คุณไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้อีกแล้ว แอปเปิลคงมองว่ามันก็แค่ เรื่องเล็กน้อยที่ไม่สร้างปัญหาอะไรในการใช้งานเลย แต่ถ้าผู้ใช้งานไม่คุ้นเคยกับรูปแบบการเรียงไอคอนแบบนี้ ก็คงเป็นเรื่องหงุดหงิดเล็กๆ ในการใช้งานแน่ๆ

Homescreen-arrangement


 

2. App drawer (หน้ารวมแอพไม่มี)

สำหรับผู้ที่ใช้ Android หน้ารวมแอพเป็นเรื่องที่สำคัญทีเดียว คุณต้องมีแอพที่เรียกใช้งานบ่อยๆอยู่แล้วแต่ถ้าแอพของคุณมีเยอะมากมายละลานตาเลยจะหาเจอได้ไง ไม่มีปัญหาเมื่อคุณเข้าไปที่หน้ารวมแอพ มันก็จะเรียงให้ว่าแอพไหนที่คุณใช้บ่อยก็จะเรียงอยู่อันต้นๆ ง่ายต่อการใช้งาน แต่สำหรับ  iOS ไม่มี คุณจะต้องจัดเรียงด้วยตัวคุณเองว่าแอพไหนใช้บ่อยก็เรียงในตะกร้าเดียวกัน แล้วถ้าคุณมีแอพที่ใช้บ่อยหลายอันละ? ต้องมานั่งหาอีกหรือเนี่ย เป็นอีกเรื่องที่ทำให้หงุดหงิดเล็กๆ

App-drawer


 

3.โหลดเพลงยุ่งยาก

การโหลดเพลงลงเครื่องใน iOS ต้องมาจาก iTunes เท่านั้น มันน่าเบื่อมากๆ ถ้าคุณต้องการโหลดเพลงจากแผ่นซีดีลงใน iPhone คุณละ ก็ต้อง sync เพลงเข้าไป iTunes ในเครื่องคอมของคุณก่อนที่จะเอามาลง iPhone มันหลายขั้นตอนซะเหลือเกิน หรือไม่ก็ต้องโหลดจากบริการโหลดเพลง (ที่ถูกต้องตามกฎหมาย=เสียตังค์)

Song-loading


 

4. File system

เป็นปัญหาจริงจังสำหรับการจัดการไฟล์ใน iOS คุณไม่สามารถเข้าไปจัดการไฟล์ได้โดยตรง เช่น หากคุณต้องการเปิดไฟล์ที่ใช้กับแอพหนึ่งไปเปิดในอีกแอพนึง คุณก็ไม่สามารถชี้ไปที่ไฟล์แล้วเลือกว่าจะเล่นกับแอพไหนได้ คุณต้องเปิดไฟล์นั้นในแอพเก่า กดค้างเลือก “Open in…” แล้วเลือกแอพใหม่ที่คุณต้องการใช้  ก็หมายความว่าคุณต้องใช้สองแอพพร้อมกัน วุ่นวายดีแท้

File-system


 

5.ปุ่มย้อนหลังไม่มี

ด้วยปรัชญาของแอปเปิลในการสร้าง iPhone เน้นความเป็นมินิมัลลิสต์ น้อยๆไว้ก่อน จึงทำให้ปุ่มกดน้อยตามไปด้วย ในขณะที่ฝั่งแอนดรอยด์ อย่างต่ำๆก็ต้องมีสามปุ่มนี้ Home, Back และ Recent apps แอปเปิลนั้นอาจจะคิดว่าถ้าคุณต้องการย้อนกลับคุณก็สามารถกดได้ที่ปุ่มมุมซ้ายบนของหน้าจออยู่แล้ว หรือลากนิ้วจากฝั่งซ้ายมาก็เป็นการย้อนกลับเหมือนกัน จะมีทำไมหลายๆปุ่ม มันไม่งาม แต่บางทีปุ่มย้อนกลับก็ไม่ได้มีหน้าที่แค่นั้นนะซิ เช่น กดเพื่อซ่อนคีย์บอร์ดในแอนดรอยด์ แต่สำหรับ iOS ถ้าอยากซ่อนคีย์บอร์ดก็ต้องลากนิ้วจากบนสุดของคีย์บอร์ดลงมา แล้วถ้าคีย์บอร์ดโผล่มาบ่อยๆละ เริ่มหงุดหงิดแล้วนะ

Lack-of-a-back-button


 

6. เปลี่ยนแอพก็ยุ่งยาก

การเปลี่ยนแอพในขณะที่คุณใช้งานแอพนึงอยู่ ในแอนดรอยด์ก็แค่ลากนิ้วลงแล้วเลือกแอพที่เราเพิ่งใช้ไป แต่สำหรับ iOS กดปุ่มโฮมสองครั้งครับแล้วเลือก ถ้าจะเปลี่ยนกลับไปมา ก็กดเข้าไปครับสองครั้ง กดจนนิ้วด้าน

App-switching


 

7.ทำเสียงริงโทนเองลำบาก

ทุกคนย่อมมีเสียงเรียกเข้าที่ชอบไม่เหมือนกัน สำหรับ iOS ก็สามารถทำเสียงริงโทนของตัวเองได้เหมือนกัน เพียงแต่คุณจะต้องใช้ iTunes ในเครื่องคอมคุณ แปลงไฟล์เสียงที่อยากได้เป็น AAC format ก่อน แล้วถึงอัพโหลดลง iPhone คุณผ่านทาง iTunes ทีนี้รู้หรือยังครับว่าทำไมคนใช้ iPhone ส่วนใหญ่ถึงเลือกใช้เสียงริงโทนที่มีมาจากเครื่อง

Custom-ringtone-adding


 

8. Chat heads / chat popups

Chat heads ในเฟซบุ๊กของทางแอนดรอยด์เป็นฟีเจอร์ที่ดีสำหรับขาแชทอย่างจริงจัง แม้ว่าคุณกำลังใช้โทรศัพท์ทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้ามี chat popups ขึ้นมาคุณก็สามารถแชทกับอีกฝ่ายได้เลยทันที โดยที่ไม่ต้องเข้าแอพ

สำหรับ iOS ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ มันได้แค่แจ้งเตือน เมื่อคุณกดเข้าไปที่ข้อความมันก็จะเข้าไปที่แอพทันที ซึ่งระยะเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่โหลดแอพมันทำให้การแชทขาดช่วง เป็นเรื่องที่ไม่สบอารมณ์อย่างมากสำหรับขาแชทตัวจริง

Chat-heads--chat-popups


 

9. Control Center ต้องลากขึ้น

ด้วยความคุ้นชินจากฝั่งแอนดรอยด์ การเรียก Control Center ที่ไว้ควบคุม ปรับแต่ง ค่าต่างๆ เราจะลากลงมาจากข้างบน ทีนี้ iOS ย่อมไม่เป็นผู้ตามใคร การเรียกใช้งานนั้นต้องลากขึ้นมาจากข้างล่างนะครับ ก็ดูเก๋ไก๋ดี แต่ความเป็นจริงในการใช้งานแล้ว บ่อยครั้งไปที่เมื่อเราลากขึ้นเพื่อจะเรียกใช้ Control Center กลับกลายเป็นเรียกคีย์บอร์ดขึ้นมา

Control-Center-pull-up


 

10. Photo galleries

เมื่อคุณเปิดแอพ Photos ใน iOS ขึ้นมา รูปทุกรูปของคุณจะอยู่ที่นี่ เรียงตามวัน เวลา ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่ถ้ามันมีอยู่หลายรูปในวันนั้นละ เราต้องมาหาอีกว่ามันเป็นรูปไหน เพราะ  iOS จะจัดเก็บทุกรูปเข้าไปที่โฟลเดอร์ Camera Roll เหมือนกันหมด ไม่ว่ารูปนั้นจะโหลดมาจากแหล่งไหนก็ตาม ตามหากันต่อไปครับ

Photo-galleries

 

 

ที่มา : phonearena