mark-zuckerberg-tim-cook-2

โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจากความไม่พอใจของ Mark Zuckerberg ที่มีต่อคำพูดของทาง Tim Cook ซีอีโอแห่ง Apple ที่กล่าวเกี่ยวกับการทำธุรกิจโดยหารายได้จากโฆษณาอย่างที่ Google และ Facebook ทำว่ามันเป็นแนวคิดที่ไร้สาระและน่าหัวเราะ แถมยังกล่าวเสริมอีกว่า

“ถ้าหากบริการออนไลน์นั้นฟรี แสดงว่าคุณไม่ได้เป็นลูกค้าของเขา แต่คุณกำลังเป็นสินค้าของเขาต่างหาก”

ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาสามารถที่จะหาเงินได้จากการดึงข้อมูลส่วนตัวของคุณ นั่นจึงไม่ผิดที่คุณจะต้องเป็นกังวล

แน่นอนว่า Mark Zuckerberg ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ และออกมาโต้กลับผ่านทางการสัมภาษณ์กับ Time โดยเขากล่าวว่า

“ผมเริ่มมีความกังวลเมื่อมีคนมากมายที่มักจะเอาวิธีการทำธุรกิจแบบหารายได้จากการโฆษณาไปเปรียบเทียบกับบางบริษัทที่ไม่ได้ใช้แนวทางการทำธุรกิจที่เหมาะสมกับลูกค้าของตัวเองเลย”

แถมยังไม่พอยังมีการกล่าวพาดพิงถึง Apple โดยตรงอีกว่า

“คุณคิดหรือว่าการที่คุณยอมจ่ายให้กับทาง Apple แล้วคุณจะได้กลายเป็นคนระดับเดียวกันกับบริษัทงั้นหรือ เปล่าเลย ถ้าหากคุณเป็นเป้าหมายตามแนวทางธุรกิจของเขาจริงๆแล้วหล่ะก็ สินค้าที่เขาทำออกมาคงจะถูกกว่านี้เยอะ”

ดูเหมือนว่าคำพูดเหล่านี้ก็ดูน่าสนใจและมีความจริงอยู่บ้าง แต่ถ้ามองกันจริงๆแล้วหล่ะก็ คงต้องบอกว่าทั้ง 2 แบบต่างมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน ในมุมมองของคนที่อยากจะรักษาความเป็นส่วนตัว และไม่อยากให้ข้อมูลของตัวเองหลุดออกไป หรือถูกผู้อื่นนำไปใช้ประโยชน์ ก็จะมองว่าการหารายได้จากโฆษณาเป็นเหมือนสิ่งที่คุกคามความเป็นส่วนตัวนั้น ซึ่งในบางครั้งก็ถือว่าเป็นเรื่องจริง เพราะก็มีหลายๆแห่งทำเกินไปไม่ว่าจะเป็นเอาชื่อของเราไปแอบอ้าง ในสารพัดรูปแบบ อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว

ซึ่งแน่นอนถ้ามันอยู่ในระดับที่เหมาะสมจริงๆแล้วหละก็ ของฟรี มันก็คงจะดีกว่าอยู่แล้ว แต่บางคนก็บอกว่าสบายใจที่จะใช้ของฟรีขอเพียงแค่ใช้ Ad-Blocker ก็ถือว่าโอเคแล้ว ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความพึงพอใจส่วนบุคคล

แล้วถ้าหากมาดูทางด้าน Apple บ้างหละ ที่เน้นขายการให้บริการกันตรงๆเลย ซึ่งแน่นอนว่าทาง Apple เองก็เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้สูงมากอยู่แล้ว ที่มันดูมีความปลอดภัยที่สูงกว่ามาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่าย ซึ่งบางคนก็เต็มใจ แม้บางคนก็อาจจะไม่ชอบ ซึ่งตรงนี้ในบางทีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น มันก็ดูจะสูงเกินไป เพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเป็นคนตั้งขึ้นมา ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอมรับมันมากน้อยแค่ไหน

ยังไงก็ตามโดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าเรื่องแบบนี้คงไม่มีใครถูกใครผิด ขึ้นอยู่กับมุมมอง และความพึงพอใจของคนแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่ามันย่อมต้องมีความแตกต่างกันบ้าง เอาเป็นว่าทำตามที่สบายใจครับดีที่สุด

 

ที่มา : PhoneArena