ลูกค้า iPad Air ในสหรัฐฯ? โวย พบเครื่องที่ซื้อไปเป็นเครื่องเดโม แถมต้องนั่งลบรายชื่อเองร่วม 300 คน

ลูกค้า iPad Air ในสหรัฐฯ? โวย พบเครื่องที่ซื้อไปเป็นเครื่องเดโม แถมต้องนั่งลบรายชื่อเองร่วม 300 คน

สำหรับคนที่เลือกซื้อสินค้ามือหนึ่ง ทั้งที่ของมือสองแบบเดียวกันก็มีให้เลือก ส่วนหนึ่งก็น่าจะเนื่องมาจากต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องสภาพเครื่อง เพราะตามความเป็นจริง สินค้ามือหนึ่งควรจะมีปัญหาน้อยกว่ามือสองที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว แต่พอเจอข่าวนี้หลายๆ ท่านอาจจะต้องทบทวนความคิดเรื่องการตรวจสอบสินค้ามือหนึ่งกันบ้างไม่มากก็น้อย

เมื่อ Monica Hall ลูกค้ารายหนึ่งในสหรัฐฯ เปิดเผยว่าเธอซื้อ iPad Air เครื่องใหม่จากร้านของเครือข่ายโทรศัพท์ AT&T แต่ปรากฏว่าเครื่องที่เธอได้ไปดันเป็นเครื่องเดโมที่วางโชว์ในร้านซะอย่างนั้น ซึ่งกว่าเธอจะรู้ตัวก็เมื่อเปิดใช้งานเครื่องครั้งแรกที่บ้านแล้ว (อาจจะไม่ได้เช็คเครื่องตอนซื้อ) เนื่องจากเธอพบปัญหาว่าไม่สามารถโหลดแอพลงไปในเครื่องได้ จนทำให้เธอต้องโทรคุยกับ Apple Support ร่วมสองชั่วโมง จึงทำให้เธอทราบความจริงว่า iPad Air ที่ได้มาเป็นเครื่องเดโมของทางร้าน

Monica เลยใช้เวลาจัดการเครื่องร่วมสามชั่วโมงจึงทำให้ iPad Air ที่ซื้อมาสามารถใช้งานได้ตามปกติ ซึ่งดูแล้วคงจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่นักสำหรับเธอ แต่หลังจากนั้นมา 3 วัน ปัญหาใหม่ก็เพิ่มขึ้นมาครับ เมื่อเธอกำลังจะกดส่งข้อความไปหาลูกสาวของเธอ แต่ปรากฏว่าพอเธอพิมพ์ชื่อลูกสาวลงไปเพื่อค้นหา กลับกลายเป็นว่ามีรายชื่อคนที่เธอไม่รู้จักเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก Monica เลยลองตรวจสอบดู พบว่ารายชื่อที่เพิ่มขึ้นมาร่วม 300 กว่าคนนั้นเป็นรายชื่อพนักงาน Apple แทบทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนว่ารายชื่อที่เพิ่มเข้ามาดังกล่าวได้ถูก sync ขึ้นไปในบัญชีของเธอบน iCloud เรียบร้อยแล้ว ทั้งยังไม่สามารถสั่งล้างเครื่องแล้ว restore เครื่องเพื่อคืนค่าที่ backup ไว้ได้อีกด้วย เนื่องจากระบบอีเมลบริษัทของเธอยังไม่รองรับ iOS 7

Monica จึงติดต่อไปทาง AT&T ซึ่งไม่สามารถให้การช่วยเหลือเธอได้ AT&T จึงได้ส่งเรื่องต่อไปหา Apple เมื่อ Apple ได้รับเรื่องแล้วจึงสรุปว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากความผิดพลาดของ AT&T ที่ขายเครื่องเดโมให้กับลูกค้า และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าก็คือ หนึ่งในพนักงานร้าน AT&T ที่เธอซื้อ iPad Air มา ได้พูดว่า “อ้าว นี่มันเครื่องเดโมที่หายไปนี่นา” (Oh, that’s where demo model went) เมื่อ Apple สรุปมาดังนี้ ทำให้ AT&T จำเป็นต้องคืนเงินให้ $100 หรือราวสามพันกว่าบาทเพื่อเป็นการชดเชย แต่อย่างไรก็ตาม Monica ก็ยังจำเป็นที่จะต้องมานั่งไล่ลบรายชื่อเองด้วยมือทีละรายชื่อครับ เพราะระบบของทาง Apple ไม่มีการป้องกันปัญหานี้เอาไว้

ดังนั้นแล้ว เวลาจะไปซื้อของอะไร โดยเฉพาะสินค้าไอที ทางที่ดีก่อนจ่ายเงิน ก่อนถือของออกจากร้านก็ควรตรวจสอบสินค้าให้เรียบร้อยถี่ถ้วนซะก่อนก็จะเป็นการดีครับ เดี๋ยวถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังอาจจะแก้ไขยาก หรือถ้าแก้ไขได้ก็ทำได้ลำบาก เสียเงิน เสียเวลา เสียความรู้สึกกันได้

ที่มา: PhoneArena, CNET

2 Comments

  1.   Dec 9 - 21:37 ตอบกลับ

    เขียนหัวข้อกำกวมไปหน่อยนะครับ

    Natapon Yenklao
    •   Dec 9 - 22:18 ตอบกลับ

      นึกว่าโดนเยอะซะอีก ที่แท้คนเดียว

      Guest

แสดงความคิดเห็น

*ข้อความหรือข้อความที่แสดงในโฟส เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นในระบบโดยอัตโนมัติจากสมาชิก ซึ่งทีมงานไม่ได้มีส่วนหรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ หากพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานเพื่อดำเนินการต่อไป..